หลี่ชิงโจวรีบวิ่งมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้าน ฝีเท้าคล่องแคล่วว่องไว เพียงแตะปลายเท้าก็พุ่งไปได้ไกลห้าหกเมตร
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง พอเขาวิ่งไปถึงลานดินสูงซึ่งเป็นที่ตั้งถ้ำดินของซ่งไก่หลาน นางก็เปิดประตูบ้านออกมาแล้ว
ราวกับได้ยินเสียงบางอย่าง หรืออาจสัมผัสได้ถึงสายตาของหลี่ชิงโจว ซ่งไก่หลานหันกลับมา น้ำตาไหลรินเป็นสายประหนึ่งลูกประคำ นางทิ้งไว้เพียงสายตาเย็นชาแปลกหน้าให้หลี่ชิงโจวที่ยืนอยู่ไกล ๆ ก่อนร่างจะวูบเข้าไปในบ้านแล้วปิดประตูลง
หลี่ชิงโจวอดขนลุกซู่ไม่ได้ ฝีเท้าชะงักหยุดลงทันที
ถึงตอนนี้เขาจะฝึกจนพลังปราณเข้าสู่ร่างแล้ว แต่ก็ยังเป็นแค่มือใหม่อยู่ดี สองชาติรวมกันนี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบเจอเรื่องประหลาด แถมยังเป็นตอนกลางคืน จะไม่ให้ใจคอหวั่นไหวได้อย่างไร
ขณะที่หลี่ชิงโจวกำลังลังเลว่าจะตามเข้าไปในบ้านดีหรือไม่ เงาสองร่างท่าทางเอ้อระเหยก็ลุกขึ้นจากบริเวณเนินดินหลังบ้านซ่งไก่หลาน พาดบ่ากันเดินฝ่าความมืดมุ่งไปยังยอดเนิน
ในเวลาเดียวกัน เสียงไก่ขันกังวานก็ดังขึ้น ไก่ไม่กี่ตัวที่เหลืออยู่ในหมู่บ้านราวกับได้รับสัญญาณ ต่างขันรับกันเป็นทอด ๆ
พลังหยางบริสุทธิ์อันยิ่งใหญ่สายหนึ่งพลันแผ่ปกคลุมมาจากขอบฟ้า โปรยคลุมผืนดินไปทั่ว
หากเป็นเมื่อครู่ หลี่ชิงโจวคงหาที่นั่งขัดสมาธิเดินพลังปราณ พยายามหลอมพลังหยางบริสุทธิ์สักสายไปแล้ว แต่ตอนนี้ในหัวเขายุ่งเหยิงไปหมด ไม่มีแก่ใจจะสนใจเรื่องนั้นเลย
เมื่อเห็นเงาสองร่างบนเนินดินเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ หลี่ชิงโจวจึงพักเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นกับซ่งไก่หลานไว้ก่อน แล้วออกตามสองคนนั้นไป
อย่างไรเสีย ดูจากท่าทางแล้ว เงาดำนั่นคงเข้าสิงร่างซ่งไก่หลานมานานแล้ว ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน บุกเข้าไปในบ้านหญิงม่ายกลางดึกโดยไม่ยั้งคิด หากถูกใครจับได้ ต่อให้มีปากก็คงอธิบายไม่ขึ้น
