ซ่งตงหูกล่าวต่อว่า “เพราะงั้นก่อนมาผมเลยเตรียมแผนสำรองไว้สองทาง
ถ้าคุณไม่ตรงสเปกผม ผมก็จะอ้างเรื่องงานแล้วไม่ชวนคุณกินข้าวอีก
แต่ถ้าคุณหน้าตาดี คืนนี้ผมจะพาคุณไปงานเลี้ยงของบริษัท ให้ทุกคนรู้ว่าคุณเป็นแฟนผม
แต่ตอนนี้ได้เห็นตัวจริงแล้ว ผมค่อนข้างพอใจคุณ เดี๋ยวผมขับรถพาคุณไปงานเลี้ยงเลยแล้วกัน
นี่เป็นงานสังคมระดับไฮเอนด์นะ เพิ่งเจอกันครั้งแรกผมก็พาคุณไปด้วย
แสดงว่าผมให้ความสำคัญกับคุณมากเลยนะ ม่านหนี ดีใจมากไหม ฮ่า ๆ ๆ!”
พูดจบซ่งตงหูก็หัวเราะอย่างได้ใจ หวังม่านหนีเห็นท่าทางหยิ่งผยองที่เอาแต่พูดเองเออเองของเขา
กาแฟที่เพิ่งดื่มเข้าไปแทบพุ่งออกมา นี่มันตัวบ้าอะไรเนี่ย?
ป่าใหญ่ย่อมมีนกแปลก ๆ อยู่ทุกชนิดจริง ๆ เธอเพิ่งเคยเจอผู้ชายที่น่าขยะแขยงขนาดนี้เป็นครั้งแรก
ซ่งตงหูหยิ่งยโสเกินไป หวังม่านหนีจึงไม่คิดไว้หน้าเขาอีก
เธอแค่นหัวเราะแล้วพูดตรง ๆ ว่า “คุณซ่ง ฉันไม่สนใจไปงานเลี้ยงของบริษัทคุณ
อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้สนใจคุณเลย สำหรับฉัน การมาพบคุณวันนี้เสียเวลาเปล่า
อย่าคิดว่าคุณอยากทำอะไรก็ทำได้ วันนี้เราหารกันจ่ายนะ กาแฟแก้วนี้ฉันดื่ม ฉันจ่ายเอง”
หวังม่านหันไปเรียกพนักงานว่า “พนักงานคะ ช่วยคิดเงินกาแฟแก้วนี้ให้ฉันด้วยค่ะ”
พนักงานเดินมาคิดเงิน หลังถูกเธอปฏิเสธตรง ๆ สีหน้าซ่งตงหูก็ย่ำแย่มาก
เขาพูดเสียงเย็นว่า “คุณหวังอายุ 30 แล้วใช่ไหม รออีกไม่กี่ปีก็หมดโอกาสแล้วนะ
ผู้ชายประสบความสำเร็จอย่างผมยังสนใจคุณ คุณควรจะรู้สึกโชคดีสิ
ยังจะมาทำเป็นไว้ตัว วางท่าคุณหนูอะไรอีก?
ตื่นได้แล้ว พูดกันตรง ๆ คุณก็แค่สาวบ้านนอกที่มาทำงานในเซี่ยงไฮ้ ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ คุณจะหยิ่งอะไรนักหนา?
เชื่อไหม แค่ผมซ่งตงหูเอ่ยปาก ก็หาแฟนที่สาวกว่าและสวยกว่าคุณได้ทันที
ถึงตอนนั้น ต่อให้คุณมาขอร้องผม ผมก็ไม่เอาคุณหรอก”
หวังม่านหนีสวนกลับว่า “อ๋อ ในเมื่อคุณซ่งเนื้อหอมขนาดนั้น
อายุปูนนี้ ใกล้จะ 40 อยู่แล้ว ยังต้องออกมานัดดูตัวอีกเหรอ?
ดูท่าคงไม่ได้มีคนรุมจีบอย่างที่คุยโม้สินะ ไม่อย่างนั้นทำไมถึงยังโสดอยู่จนทุกวันนี้
แค่ออกมานัดกินข้าวดูตัว ยังต้องงกจนเอาเปรียบบริษัทได้ แสดงว่างานของคุณก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าไรนี่
เงินแค่นี้ยังไม่ยอมจ่าย ดีแต่ปาก สุดท้ายก็เป็นแค่คนที่ภายนอกดูเก่งแต่ข้างในกลวงเท่านั้นแหละ”
คำพูดของหวังม่านหนีไม่ไว้หน้าเขาเลยสักนิด ทำซ่งตงหูโกรธจนหน้าแดงก่ำ
เขาทิ้งท้ายว่า “ลูกผู้ชายไม่ถือสาผู้หญิง” ก่อนจ่ายค่ากาแฟส่วนของตัวเองแล้วหนีไปอย่างหัวซุกหัวซุน
หวังม่านหนีหัวเราะพรืดขึ้นมา ฉากที่เล่ามาทั้งหมดมีบางส่วนที่เธอจินตนาการเติมขึ้นเอง
เพราะตอนนั้นเธอยังต้องไว้หน้าคนแนะนำ ซ่งตงหูก็เหมือนกัน
แม้ตอนที่ทั้งคู่เจอกันจะจบลงไม่ดีจริง ๆ และเธอปฏิเสธคำชวนของซ่งตงหูที่อยากพาเธอไปงานเลี้ยง
ทั้งยังแสดงท่าทีว่าไม่อยากเจอกันอีก แต่คำพูดไม่ได้รุนแรงขนาดนี้
ถึงอย่างไรเธอก็ทำงานบริการ จะไปหาเรื่องคนจนแตกหักไม่ได้
แต่หวังม่านหนีรู้สึกว่าฉากที่เธอสวนกลับในจินตนาการสะใจกว่า เลยปรับแต่งความทรงจำใหม่
เพราะชาตินี้เธอจะไม่เจอซ่งตงหูอีก และไม่มีโอกาสสวนกลับเขาแล้ว งั้นก็ขอทำให้ตัวเองสะใจไว้ก่อนก็แล้วกัน
หวังม่านหนีพูดกับแม่ในวิดีโอคอลว่า “แม่ ไม่ต้องห่วงเรื่องของหนูแล้วนะ
ถ้าคนแนะนำถาม แม่ก็บอกไปว่าตอนนี้หนูยังไม่อยากหาคู่ ขอทุ่มเทกับงานอีกสักพัก”
แม่ขมวดคิ้ว “ลูกอายุ 30 แล้ว ทำงานแบบนี้มาตลอด ต่อให้พยายามอีกจะไปได้ไกลแค่ไหนกัน?
ผู้หญิงเราก็ควรมีครอบครัว มีคนห่วงใยมีคนรัก ถึงจะมีความสุขใช่ไหมล่ะ?”
หวังม่านหนียิ้ม “แม่ขอเวลาให้หนูอีกสักพักนะ
ไม่แน่ว่าวันหนึ่งลูกสาวแม่อาจจะร่ำรวยขึ้นมาก็ได้ ถึงตอนนั้นแม่กับพ่อจะได้สบายไปด้วย”
“แม่กับพ่อแค่หวังให้ลูกใช้ชีวิตดี ๆ ก็พอแล้ว เราอยู่บ้านเกิด มีข้าวกินมีที่อยู่ ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล
ในเมื่อลูกยืนกรานแบบนี้ แม่กับพ่อก็จะให้เวลาอีกสักพัก
ลูกต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีนะ ดูสิ ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก กินให้เยอะ ๆ หน่อย”
“โอเค หนูรู้แล้วค่ะแม่ หนูยังมีธุระ ขอตัดสายก่อนนะ” หวังม่านหนีพูด
“ได้ ๆ ไม่กวนเวลาทำงานแล้ว วางสายเถอะ”
หวังม่านหนีเดินออกจากห้องน้ำมายืนล้างมือที่อ่าง
เธอคิดว่าในเมื่อชาตินี้ไม่ได้ไปดูตัวกับซ่งตงหู เรื่องที่เขาพาแฟนใหม่มาที่ร้านเพื่อจงใจดูถูกเธอก็คงไม่เกิดขึ้น
ตอนนั้นเธอแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ คอยให้บริการอย่างอดทน
แถมยังกล่อมแฟนใหม่ของเขาให้ซื้อเสื้อผ้ากับรองเท้าไปหลายหมื่นหยวนได้สำเร็จ
ทำซ่งตงหูเสียเงินก้อนโต แก้แค้นได้ก็ถือว่าเอาคืนไปหนึ่งยก
แต่ชาตินี้ไม่มีคนรวยหน้าโง่อย่างซ่งตงหูมาหาเธอถึงที่เพื่อส่งยอดขายให้แล้ว
พอคิดแบบนี้ก็แอบเสียดายนิด ๆ เหมือนกันนะ ฮ่า ๆ!
หวังม่านหนีแกล้งถ่วงเวลาไปเรื่อย ๆ จนถึงเวลาเลิกงาน
คราวนี้เธอไม่เป็นลม กลับบ้านหลังเลิกงานได้ตามปกติ
บางครั้งเมื่ออยู่ในสถานการณ์พิเศษก็ไม่จำเป็นต้องทุ่มสุดตัว รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาต่างหากถึงจะถูก
ไม่นานหลังบริษัทประเมินผลงาน หวังม่านหนีก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายขายประจำร้าน
เงินเดือนเพิ่มขึ้นจากเดิม แม้จะไม่มาก แต่ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเงินเดือนก็เป็นเรื่องดีทั้งนั้น
อีกทั้งเพราะเธอปิดการขายยอดใหญ่หลักล้านได้ บริษัทจึงตัดสินใจให้รางวัลเป็นทริปไปเที่ยวต่างประเทศในเดือนหน้า ช่วงนี้เธอจึงกำลังมีความสุขสุด ๆ
แต่พอมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น ก็มักมีแมลงวันบางตัวกระโดดออกมาทำให้คนขยะแขยง
วันนั้นหวังม่านหนีกำลังดูแลลูกค้าชายวัยกลางคน เธอหยิบเสื้อผ้ามาช่วยเขาลองชุด
เห็นได้ชัดว่าผู้ชายคนนั้นกำลังหาเรื่องจีบเธอ “คุณหวัง คืนนี้ว่างไปกินข้าวด้วยกันไหมครับ?”
หวังม่านหนีไม่อยากทำให้เขาขุ่นเคือง จึงยิ้มตอบว่า “ขอโทษจริง ๆ ค่ะ เย็นนี้ฉันนัดเพื่อนไว้แล้ว”
ผู้ชายคนนั้นพูดต่อว่า “โธ่ นัดเพื่อนเลื่อนไปคราวหน้าก็ได้ ลูกค้าคือพระเจ้านะ
วันนี้ผมซื้อของที่ร้านคุณตั้งเยอะ ยังไม่คุ้มให้คุณหวังไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อหรือครับ?”
หวังม่านหนียิ้มแล้วพูดว่า “ตอนที่ฉันหยิบเสื้อสูทให้คุณเมื่อกี้
เห็นแหวนเพชรของคุณหล่นอยู่ในกระเป๋า ให้ฉันช่วยหยิบออกมาตอนนี้ไหมคะ?”
ผู้ชายคนนั้นเข้าใจคำใบ้ของเธอ เธอไม่ไปเดตกับผู้ชายที่แต่งงานแล้ว
สีหน้าเขาเย็นชาลงทันที “อ้อ คุณหวังเป็นคนมีหลักการขนาดนี้เชียว
งั้นผมก็ไม่บังคับแล้ว เอาชุดนี้ไปคิดเงินเลย”
หลังหวังม่านหนีพาเขาไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ผู้ชายคนนั้นก็โยนใบเสร็จทิ้งด้วยสีหน้าเย็นชา
หวังม่านหนียืนเห็นเหตุการณ์อยู่ตรงนั้น จึงแอบถ่ายวิดีโอด้วยโทรศัพท์
จากนั้นเธอก็ไม่ได้เดินไปเก็บใบเสร็จ แต่หันไปดูแลลูกค้าคนอื่นต่อทันที
หางตาของหวังม่านหนีเห็นลินดาแอบไปเก็บใบเสร็จใบนั้น เธอจึงถ่ายวิดีโอเก็บไว้อีกคลิป
ชาติก่อนใบเสร็จใบนั้นเกือบทำให้เธอตกงาน เพราะมีคนแอบอ้างเป็นหวังม่านหนี
เอาใบเสร็จของลูกค้าไปแลกคะแนนเข้าบัตรสะสมแต้มของตัวเอง
พฤติกรรมแบบนี้ถือเป็นการยักยอกผลประโยชน์ของลูกค้าและบริษัท เป็นเรื่องต้องห้ามอย่างยิ่งในวงการ คนคนนั้นจงใจใส่ร้ายเธอชัด ๆ