ไม่มีใครรับมุก เย่สี่สี่ก็ไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนแม้แต่น้อย
“พี่สะใภ้ญาติผู้พี่ ไม่แปลกเลยที่พี่เฉิงไฉของข้าบอกว่าท่านรังเกียจเขาที่ยากจน จึงหนีตามขุนนางผู้มั่งมีไป
ที่แท้ขุนนางผู้มั่งมีผู้นั้นก็คืออ๋องอัน”
“อย่าพูดเหลวไหล ข้าไม่รู้จักเจ้า ยิ่งไม่รู้จักเฉิงไฉอะไรนั่น”
พระชายารองหลิ่วแทบคลั่ง นางไม่รู้จักคนเสียสติที่อยู่ตรงหน้านี้จริง ๆ
เย่สี่สี่ฉวยจังหวะที่ทุกคนไม่ทันสังเกต หยิกต้นขาตนเองอย่างแรง แรงจนเจ็บน้ำตาไหลพราก
“พี่สะใภ้ ท่านไม่ยอมรับข้า ข้าไม่โทษท่านหรอก อย่างไรเสียข้าก็มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ ไม่มีใครชอบข้า
แต่ท่านจะไม่ยอมรับพี่เฉิงไฉของข้าไม่ได้ อีกทั้งเด็กในท้องท่านก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่เฉิงไฉ ท่านจะบอกว่าไม่รู้จักเขาได้อย่างไร?
หากพี่เฉิงไฉได้ยินคำพูดนี้ เขาจะเสียใจเพียงใด!”
อ๋องอันมิใช่คนโง่ ย่อมฟังความนัยในคำพูดของเย่สี่สี่ออก
แต่เขาไม่เชื่อว่าพระชายารองหลิ่วจะสวมเขาให้ตน
ชิงชิงของเขาแม้จะมาจากหอนางโลม แต่ก่อนจะมาอยู่กับเขา นางยังเป็นหญิงพรหมจรรย์ จะเป็นคนเสื่อมทรามอย่างที่เย่สี่สี่กล่าวได้อย่างไร?
“ท่านอ๋อง ฮือ ๆ หม่อมฉันถูกปรักปรำ หม่อมฉันไม่รู้จักพวกเขาจริง ๆ”
พระชายารองหลิ่วทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุบ เงยใบหน้าน้อยที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ร้องไห้จนแทบขาดใจ
“ใครก็ได้ ลากเย่สี่สี่ไปโบยจนตาย!”
อ๋องอันโกรธจนเส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน เขาไม่ยอมให้ใครใส่ร้ายชิงชิงของตนเช่นนี้
ใบหน้าเย่สี่สี่พลันซีดเผือด จบเห่แล้ว คราวนี้คงได้ตายจริง ๆ
