หวังตัวอวี๋ต้องใช้เงินหนึ่งพันล้านให้หมดภายในหนึ่งเดือน ส่วนเฉินหนานต้องใช้เงิน 160 ล้านให้หมดภายในสองวัน
ดูเผิน ๆ เฉินหนานเหมือนจะลำบากกว่า ทว่าความจริงกลับตรงกันข้าม
เพราะเฉินหนานไม่มีข้อจำกัดใด ๆ อยากใช้เงินอย่างไรก็ใช้ อยากซื้ออะไรก็ซื้อ
สิ่งของที่จัดซื้อไปก่อนหน้านี้ล้วนมีไว้ใช้ในการสงคราม ต่อจากนี้จึงต้องซื้อข้าวของที่ใช้ในชีวิตประจำวันบ้าง เช่น เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทาง
เสื้อผ้าซื้อไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้ออีก เช่นนั้นก็จัดหาอาหารสักหน่อย
แม้ในมิติเก็บของจะมีอาหารมากกว่าหนึ่งแสนตัน แต่อาหารเหล่านี้ยังไม่ได้ผ่านการปรุง เมื่อนำไปถึงยุคโบราณก็ยังต้องทำกินเอง
หากนำอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วไปยังยุคโบราณได้ก็คงสะดวกไม่น้อย หิวเมื่อไรก็หยิบออกมาจากมิติเก็บของได้ทันที
อย่างไรเสีย เวลาภายในมิติเก็บของก็หยุดนิ่ง ต่อให้เก็บอาหารที่ยังร้อนกรุ่นไว้หนึ่งร้อยปีแล้วนำออกมา มันก็ยังคงร้อนกรุ่นอยู่เช่นเดิม
เฉินหนานจึงเหมาร้านอาหารหลายสิบแห่ง ให้พวกเขาผัดอาหารตลอดทั้งวัน จากนั้นบรรจุอาหารที่ปรุงเสร็จใส่กล่องเก็บความร้อน แล้วทยอยส่งไปยังโกดังเป็นระยะ
เฉินหนานยังหาเวลาว่างกลับไปที่โกดังเป็นครั้งคราว เพื่อเก็บอาหารที่บรรจุเรียบร้อยแล้วเข้าไปในมิติเก็บของของตน
ร้านอาหารเหล่านี้อาจไม่ได้หรูหรา แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคืออาหารอร่อย!
บางร้านเฉินหนานเคยกินมาก่อน บางร้านก็เป็นร้านที่ชาวเน็ตต่างพากันแนะนำ
สรุปแล้ว “รสชาติ” คือเกณฑ์สำคัญที่สุดที่เฉินหนานใช้เลือก
เพื่อไม่ให้กินจนเบื่อ เฉินหนานจึงเลือกร้านอาหารที่มีทั้งอาหารหลายสำรับและหลายประเภท รวบรวมอาหารขึ้นชื่อจากทั่วประเทศมาไว้ครบครัน ทั้งอาหารมื้อหลัก อาหารเช้า ของกินเล่น และอื่น ๆ...
