ส่วนหยวนเหยาก็ยังคงจดจ่ออยู่กับการฝึกฝน นางดูดซับปราณวิญญาณรอบข้างอย่างบ้าคลั่ง
ซ่งเยี่ยนตกตะลึงพลางไม่ลืมเตือน "ศิษย์น้องเล็ก เจ้าช้าลงหน่อย ร่างกายเจ้าจะทนไม่ไหว"
ผลคือเขาได้ยินศิษย์น้องเล็กพูดว่า "ร่างกายที่ทนรับพลังไม่ได้ ไม่คู่ควรเป็นร่างกายของข้า"
ซ่งเยี่ยน "??!" นี่คือศิษย์น้องเล็กขี้เกียจของเขาแน่หรือ?
ศิษย์น้องเล็กถูกสิ่งใดเข้าสิงหรือไม่?
ตลอดทางเขาต้องตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงของศิษย์น้องเล็กครั้งแล้วครั้งเล่า
เมื่อพวกเขาไปถึงป่าไร้ขาด ซ่งเยี่ยนยังคงรู้สึกเคลือบแคลงใจเล็กน้อย
เขาดึงศิษย์น้องเล็กมาพินิจอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งใช้สัมผัสวิญญาณตรวจสอบร่างของนาง แน่ใจว่านางไม่มีปัญหาใดแล้ว เขาจึงชักมือกลับด้วยสีหน้าซับซ้อน
ลู่เซียงเซียงที่อยู่ข้าง ๆ เห็นความใกล้ชิดของซ่งเยี่ยนและหยวนเหยา ในใจพลันเกิดความรู้สึกขุ่นเคืองอ่อน ๆ นางเก็บกระบี่ยาวแล้วเข้าไปใกล้ซ่งเยี่ยน "ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราเข้าไปเถิด"
ซ่งเยี่ยนได้ยินเช่นนั้นกลับมองไปทางหยวนเหยา
ส่วนหยวนเหยาตอนนี้กำลังสังเกตป่าไร้ขาดที่อยู่ตรงหน้า นี่มิใช่ป่าธรรมดา พืชวิญญาณทั้งหมดตรงหน้าเป็นสีเทาเงิน พืชวิญญาณสีเทาเงินเหล่านี้ต้องแสงตะวัน สะท้อนประกายจาง ๆ ทำให้ทั้งป่าดูเลือนรางราวกับภาพในความฝัน แม้จะมีความงามเฉพาะตัว แต่มองดูคล้ายถูกสูบพลังชีวิตไป
สายลมแผ่วพัดมา พาให้ได้กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ
เงียบเกินไปแล้ว
นี่ทำให้หยวนเหยารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
ลู่เซียงเซียงเห็นซ่งเยี่ยนไม่สนใจตน นางจึงกัดริมฝีปาก ในใจพลุ่งพล่านด้วยความน้อยใจ ทว่าอารมณ์นี้ก็ถูกแทนที่ด้วยความเกลียดชังอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังแฝงนัยแห่งความสะใจ
เพราะในชาติก่อน ซ่งเยี่ยนกับพวกอีกหลายคนเกือบจะล้มตายทั้งหมดในแดนลับไร้ขาดนี้
หากไม่ใช่เพราะสำนักเชียนเจวี๋ยซานตรวจพบได้ทัน รุกล้ำเข้าไปในแดนลับไร้ขาดช่วยพวกเขาออกมา เกรงว่าพวกเขาคงต้องตายในแดนลับไร้ขาดกันหมด
ลู่เซียงเซียงลดสายตาลง ครั้งนี้นางจะให้ซ่งเยี่ยนกับพวกและทั้งศิษย์น้องเล็กแสงจันทร์ขาวที่พวกเขารักยิ่งอย่างหยวนเหยาตายในแดนลับไร้ขาดเสีย!
คิดถึงตรงนี้ มุมปากลู่เซียงเซียงก็ผุดรอยยิ้มชุ่มชื่นใจออกมา
ในชั่วพริบตาต่อมา รอยยิ้มนางพลันแข็งค้าง
"ศิษย์น้อง เจ้ากำลังยิ้มอะไร?"
ลู่เซียงเซียงหุบยิ้ม เงยหน้าขึ้นก็ปะทะเข้ากับดวงตาสุกใสไร้มลทินของหยวนเหยา นางตั้งสติได้แล้วจึงส่ายหน้าเบา ๆ "ไม่มีอะไร"
หยวนเหยายิ้มถาม "ศิษย์น้องเคยมาที่นี่มาก่อนหรือ?"
"ไม่เคย" ลู่เซียงเซียงไม่เคยมาป่าไร้ขาดจริง ๆ แต่ในชาติก่อนนางได้ยินข้อมูลสำคัญมากมายเกี่ยวกับป่าไร้ขาดจากปากของซ่งเยี่ยนและพวก
หยวนเหยาคล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้ "ใช่แล้ว ศิษย์น้องก่อนมาฝากตัวเป็นศิษย์ มาจากที่ใดหรือ?"
ลู่เซียงเซียงน้ำเสียงเรียบเฉย "เพียงมาจากถิ่นทุรกันดารเท่านั้น"
"อ้อ ๆ"
ยามนี้ เสียงของระบบ 250 ดังขึ้นในห้วงสำนึกของหยวนเหยาอีกครั้ง '【บุคคลเป้าหมายซ่งเยี่ยน ค่าการตื่นรู้ถึง 18】'
ซ่งเยี่ยนตอนนี้มีสีหน้าเย็นชา และสายตาที่มองลู่เซียงเซียงก็ดูห่างเหินมาก เพราะเขารู้สึกมาตลอดว่าท่าทีที่ลู่เซียงเซียงพูดกับเหยาเหยานั้นแฝงความถือดี
ลู่เซียงเซียงเป็นศิษย์น้องที่มาใหม่แท้ ๆ นางควรให้ความเคารพเหยาเหยาบ้าง
แต่นางกลับไม่มี
ซ่งเยี่ยนรู้สึกประทับใจในตัวลู่เซียงเซียงแย่มาก
หยวนเหยากล่าว "ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราควรส่งสาส์นถึงศิษย์พี่หญิงรองกับพวกดีไหม ถามสถานที่ที่พวกนางอยู่ตอนนี้"
"ได้" ซ่งเยี่ยนพยักหน้า ทำตามนั้น
ทว่าเมื่อเขาส่งสาส์นไปให้พวกนาง กลับไม่มีผู้ใดตอบกลับ
ซ่งเยี่ยนคาดเดา "พวกนางคงเข้าแดนลับไปแล้ว พวกเราเข้าไปดูก่อนเถิด"
"เอาสิ"
ทั้งสามก้าวเข้าสู่ป่าไร้ขาดพร้อมกัน แต่ลู่เซียงเซียงกลับจงใจชะลอฝีเท้า ให้หย่อนอยู่เบื้องหลังหยวนเหยาและซ่งเยี่ยน
หยวนเหยาสังเกตเห็นเช่นนั้น ปรายยิ้มขึ้นคิ้ว จากนั้นนางก็เดินไปที่ข้างกายลู่เซียงเซียง ยื่นมือโอบไหล่นางไว้
ลู่เซียงเซียงตกใจเล็กน้อย
ก็ได้ยินเสียงของหยวนเหยาดังมา "ศิษย์น้องเอ๋ย ตอนนี้ข้าเป็นพี่ใหญ่ของเจ้าแล้ว ข้าจะต้องปกป้องเจ้าอย่างดีแน่ เจ้ามาเดินกับข้าเถิด เราสองคนจะได้สานสัมพันธ์กัน"
"ไม่จำเป็น..." ลู่เซียงเซียงสีหน้าเครียดเย็น พูดยังไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงหยวนเหยาดังขึ้นอีก
"ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านอยู่ข้างหลังพวกเรา ปกป้องศิษย์น้องของเราให้ดี ๆ!"
ซ่งเยี่ยนได้ยินก็กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เห็นหยวนเหยาส่งสัญญาณตาให้เขา
ซ่งเยี่ยน "..."
เขาเดินไปอยู่ข้างหลังพวกนางอย่างเงียบ ๆ
ลู่เซียงเซียงสีหน้าเปลี่ยนไป ใจเต้นระส่ำระส่ายมองหยวนเหยา
หรือว่านางจะรู้ถึงสิ่งที่ตนคิด?!
แต่นางมองเท่าไร ก็ยังดูไม่ออกว่าหยวนเหยามีอะไรผิดปกติ
ลู่เซียงเซียงขบเขี้ยวเขี้ยน "พวกเราไม่รู้ทาง ให้ศิษย์พี่ใหญ่นำทางดีกว่า"
หยวนเหยากล่าว "ศิษย์พี่ใหญ่ก็ไม่รู้ทาง"
ซ่งเยี่ยนที่เพิ่งจะอ้าปากพูด เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็กลืนคำพูดกลับไป
ลู่เซียงเซียงเก็บงำความกลัดกลุ้มในใจ ทั้งยังไม่อาจระเบิดอารมณ์ตอนนี้ได้
ต่อมาในระหว่างที่รุกลึกเข้าไปในป่าไร้ขาด สีหน้าลู่เซียงเซียงก็ตึงเครียดขึ้น เพราะนางรู้ว่าในป่าไร้ขาดจะปรากฏปีศาจร้ายชนิดหนึ่ง
ด้วยพลังในตอนนี้ของนาง ไม่อาจต่อกรมันได้เลย เหตุนี้จึงอยากเดินอยู่ข้างหลังของซ่งเยี่ยนทั้งสอง
ทันใดนั้น หยวนเหยาก็สัมผัสได้ราง ๆ ถึงคลื่นพลังที่เชี่ยวกราก
นางเงยหน้าขึ้นมองเบื้องบนอย่างไม่รู้ตัว
"ระวัง!" ซ่งเยี่ยนเองก็รู้สึกถึงบางสิ่ง สีหน้าเปลี่ยนไปโดยพลัน เขารวบรวมพลังปราณวิญญาณพันรอบตัวหยวนเหยาและลู่เซียงเซียง แล้วพาถอยกรูดไปด้านหลัง
ตูม——
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น ฉับพลันต้นไม้สีเงินไม่ไกลก็ถูกแรงระเบิดแตกเป็นเสี่ยง ๆ 'แกรก!' รอยกระบี่แตกลึกดุจรอยแยกบนพื้นดินแผ่ขยายออกในพริบตา!
พายุหมุนเกิดกะทันหัน เศษใบไม้สีเทาเงินฟุ้งกระจัดกระจาย หินปลิวทรายฟุ้ง
"เซี่ยเหยียน เจ้าคิดจะหนี!" เสียงคนวัยกลางคนที่ดุดันลึกดังกังวานดุจสายฟ้าฟาด
ส่วนหยวนเหยาและลู่เซียงเซียงที่ถูกซ่งเยี่ยนปกป้องอยู่เบื้องหลัง แทบจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
เหนือขึ้นไปไม่ไกลนั้น เด็กหนุ่มชุดขาวมือซ้ายถือกระบี่ขวางเบื้องหน้า ในแววตาแผ่เจตนาสังหารเย็นเยียบ ใบหน้าของเขาสวมหน้ากากอสูรสีดำลึกลับ ลึกลับและอันตราย ตรงเอวมีน้ำเต้าหยกเขียวลื่นห้อยคล้องอยู่
ปลายผมของเขาถูกลมพัดปลิว ปนด้วยสีแดงอยู่หลายปอย
"เซี่ยเหยียน?!" ลู่เซียงเซียงร้องลั่นด้วยความตกใจ
เขาปรากฏตัวในจิ่วโจวได้อย่างไร!
ลู่เซียงเซียงนึกถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในชาติก่อน ลมหายใจเริ่มติดขัด ในแววตาที่มองเซี่ยเหยียนปรากฏความหวาดกลัว
เขาคือปีศาจ เป็นคนบ้า!
เด็กหนุ่มชุดขาวได้ยินเสียง จึงหันมองไปทางซ่งเยี่ยนกับพวก
ซ่งเยี่ยนสีหน้าแฝงความตื่นตัว
ลู่เซียงเซียงมีสีหน้าร้าวรานด้วยความหวาดกลัว
'【บุคคลเป้าหมายเซี่ยเหยียน ค่าการตื่นรู้ -100】'
หยวนเหยา "???"
ไฉนถึงมีค่าติดลบได้เล่า?!
สายตาของเด็กหนุ่มหยุดอยู่ที่เด็กสาวชุดขาวที่รวบผมหางม้าสูงอย่างไม่รู้ตัว นางมองตนด้วยแววตาประหลาดใจและสลับซับซ้อน คล้าย...รังเกียจตนอย่างยิ่ง
เซี่ยเหยียนกดมุมปาก "ชิ เศษสวะขอบเขตฝึกชี่ขั้นเก้า"
น้ำเสียงเยือกเย็นของเขาแฝงความเกียจคร้านอยู่หลายส่วน
"ไสหัวไปไกล ๆ"
พูดจบ เขาก็ยกกระบี่เข้าขวางการโจมตีของชายวัยกลางคน
ตูม——
แรงกดดันปราณวิญญาณน่าขนลุกที่เป็นของขอบเขตบ่มปราณน้อยคลี่กระจายออกในฉับพลัน เสียง 'แกรกแกรก' ต้นไม้ถูกฉีกทึ้งหักโค่นดังขึ้น
หยวนเหยาและพวกสามคนไม่ทันได้ตอบสนอง ก็ถูกพลังกระแทกมหาศาลนี้ซัดกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นในพริบตา