บนร่างกายคนเรามีไฟอยู่สามดวง หรือที่เรียกกันว่าตะเกียงสามดวง โดยมีไฟอยู่บนไหล่ทั้งสองข้าง
ไฟบนไหล่ขวาเรียกว่าไฟไร้นาม ส่องสว่างไปทั่วร่างกายซีกขวา
ส่วนไฟบนไหล่ซ้ายอยู่ตรงข้ามกับไฟไร้นามบนไหล่ขวา ส่องสว่างร่างกายซีกซ้าย เมื่อรวมกับไฟบนศีรษะแล้ว ไฟทั้งสามดวงก็จะส่องสว่างไปทั่วทั้งร่าง
นี่คือพลังหยางของคนเรา หากพลังหยางอ่อนเกินไป ก็จะดึงดูดสิ่งชั่วร้ายได้ง่าย
ถ้าตบไหล่คนอื่นให้ตกใจ ไฟสองดวงนี้ก็อาจดับลงได้ง่าย ๆ สำหรับคนที่ถูกตบไหล่ ความเสียหายที่ได้รับนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก
อย่างเบาที่สุดก็ทำให้โชคลาภด้านการเงินดับวูบ เช่น ตอนกำลังเล่นไพ่ เล่นไพ่นกกระจอก คิดบัญชี หรือเจรจาธุรกิจ ล้วนเป็นช่วงที่ห้ามให้ใครมาตบไหล่กะทันหันที่สุด เพราะในชั่วขณะที่ถูกตบไหล่ คนเราจะมีอาการเหม่อลอยไปชั่วครู่ พวกหัวขโมยบางคนจึงมักใช้วิธีตบไหล่คนอื่นเพื่อฉกทรัพย์สิน
เมื่อถูกใครตบไหล่กะทันหัน ไฟบนไหล่ก็จะดับลงทันที พอไฟดับ สิ่งอัปมงคลก็จะเข้ามาใกล้และทำร้ายได้ง่าย
ไฟบนศีรษะและไหล่ทั้งสองข้างของคนเรานั้นเป็นไฟขับไล่สิ่งชั่วร้าย
หากฟ้ามืดแล้วคุณยังอยู่ข้างนอก มีคนเรียกก็อย่าหันกลับไปมองจะดีกว่า ให้หมุนตัวหันไปแทน เพราะการหันกลับไปมองจะทำให้ไฟดับ และชักนำสิ่งอัปมงคลเข้ามา อีกอย่างหนึ่ง หากฟ้ามืดแล้วมีคนเรียกชื่อคุณอยู่กลางทุ่งร้าง ก็อย่าขานรับ นั่นคือผีกำลังเรียกชื่อคน
เพราะฉะนั้นเวลาเดินอยู่ในความมืด อย่าหันกลับไปมองถึงสามครั้ง หันครั้งหนึ่ง ไฟก็ดับไปหนึ่งดวง หากดับหมดทั้งสามดวง คนผู้นั้นก็จะโชคร้าย หากเดินอยู่ในความมืดแล้วได้ยินใครเรียกชื่อตัวเอง ห้ามหันกลับไปเด็ดขาด คนที่เรียกอาจเป็นผีที่กำลังจะไปเกิดใหม่และกำลังหาตัวตายตัวแทนอยู่ก็ได้
