วัดไคหยวน
แสงสุดท้ายของตะวันยามอัสดงสาดลงบนกระเบื้องสีครามของวัดไคหยวน ทอดเงาสีทองไหวระยับไปทั่วทางเดินเล็ก ๆ
“ท่านแม่!” ฉินจิ่วเวยเพิ่งก้าวลงจากรถม้า เสียงเด็กใสกังวานก็ดังขึ้นข้างหูทันที
นางหันไป ก็เห็นเซี่ยเจวี๋ยวิ่งตรงเข้ามาดั่งสายลม
เซี่ยเจวี๋ยกางแขนออก ผวาเข้ากอดฉินจิ่วเวยเต็มแรง จนนางเซถลาเล็กน้อย
ฉินจิ่วเวยยิ้มพลางเอื้อมมือไปหยิกแก้มนุ่มนิ่มของเขาเบา ๆ “วิ่งเร็วเช่นนี้ ไม่กลัวหกล้มหรือ?”
“ข้าไม่หกล้มหรอก! ข้าเก่งจะตาย!” เซี่ยเจวี๋ยเงยหน้าเล็กขึ้น ดวงตากลมโตดั่งหยกหมึกเป็นประกายแวววาว
เขายื่นตัวเข้ามา เอาหน้าเล็ก ๆ ถูไถกับซอกคอของฉินจิ่วเวย แววตาเต็มไปด้วยความอาลัยรัก “ท่านแม่ ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว ข้าคิดถึงท่านแม่เหลือเกิน!”
เขาไม่ได้เจอท่านแม่มาทั้งวันแล้ว! ฮือ ๆ...
“ท่านแม่กลับมาแล้วไม่ใช่หรือ?” ฉินจิ่วเวยลูบศีรษะน้อย ๆ ของเขาเบา ๆ
เซี่ยเจวี๋ยส่ายหน้า ตั้งใจนับนิ้วมือคิดบัญชีอย่างจริงจัง “เช้าก็ไม่เจอท่านแม่ นึกว่าเที่ยงจะกลับมา เที่ยงก็ไม่เจอ นึกว่าบ่ายจะกลับมา...”
ฉินจิ่วเวยตั้งใจฟังเขาเงียบ ๆ พลางฟังไป นัยน์ตาก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
โลกของเซี่ยเจวี๋ยนั้นเล็กมาก มีเพียงพวกเขาไม่กี่คน
เมื่อนางกับเซี่ยเยี่ยนหลี่หายไป โลกที่เล็กอยู่แล้วของเซี่ยเจวี๋ยก็ถูกบีบอัดให้แคบลงอีก ความรู้สึกอ้างว้างและไม่มั่นคงจึงถาโถมตามมา
