หมู่บ้านชิงอู่มีหมอหญิงเทพมาเยือน ตอนแรกไม่มีใครเชื่อ ต่างก็ว่าเป็นแค่หญิงสาวที่หนีภัยมา ใบหน้าคลุมผ้าขาว ลมพัดนิดเดียวก็ไอ ดูอ่อนแอป่วยกระเสาะกระแสะ ตัวเองยังเหมือนคนป่วย แล้วจะรักษาคนอื่นได้อย่างไร
แต่ก็มีคนไปหาเธอจริง ๆ
หลานชายคนเล็กของเจ้าสำราญแซ่เจ้าที่อยู่ทางตะวันออกของหมู่บ้านเป็นไข้สูงมาสามวันสามคืน ดูท่าจะไม่รอดแล้ว
หญิงสาวยื่นมือไปจับชีพจรเด็กน้อย จากนั้นก็หยิบเข็มเงินไม่รู้มาจากไหน แทงลงไปไม่กี่เข็ม
คืนนั้นเอง ไข้ของเด็กก็ลดลง
เพียงชั่วข้ามคืน ชื่อเสียงหมอหญิงเทพก็เป็นที่เลื่องลือ
หนานสวี่นั่งอยู่ใต้ต้นไหวเก่าแก่ตรงปากหมู่บ้าน เบื้องหน้ามีโต๊ะไม้เก่าผุพังตัวหนึ่ง บนโต๊ะปูผ้าสีน้ำเงินไว้ และวางเข็มเงินสะอาดเรียงกันเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ
เธอก้มตาลง นิ้วเรียวขาวกดอยู่บนข้อมือของหญิงชราคนหนึ่ง ผ้าขาวปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นเพียงหน้าผากเกลี้ยงเกลากับดวงตาทรงอัลมอนด์โค้งงาม
“ท่านป้า กลางคืนท่านโดนลมเย็นเข้า ความเย็นสะสมอยู่บริเวณบ่ากับต้นคอ ข้าจะฝังเข็มให้สองเข็ม แล้วจ่ายยาขับลมเย็นให้หนึ่งเทียบ กินยาสามเทียบก็จะหายดีเจ้าค่ะ”
หญิงชราซาบซึ้งยิ่งนัก จับมือเธอไว้พลางพูดไม่หยุดว่า “หมอเทพช่างเมตตาเหลือเกิน”
หนานสวี่ชักมือกลับ หันไปเรียกคนข้าง ๆ “เหมียนเหมียน หยิบโกฐจุฬาลัมพาสามเฉียนจากลิ้นชักช่องที่สองมาให้หน่อย”
ใบหน้าขาวสะอาดโผล่ออกมาจากหลังตะกร้ายาใบเล็กที่อยู่ข้าง ๆ
“เจ้าค่ะ!”
เด็กสาววัยสิบห้าปีหน้าตาสะสวย ดวงตาคู่หนึ่งเผยความไร้เดียงสาบริสุทธิ์ เธอกำลังนั่งยอง ๆ ตำยาอยู่กับพื้น พอได้ยินหนานสวี่เรียกก็รีบลนลานไปค้นกล่องยา ยื่นโกฐจุฬาลัมพาให้แล้วเหลือบมองหนานสวี่อย่างระมัดระวัง
