จางเหวินป๋อเล่าไป สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นประหลาด “คุณรู้ไหมว่า ก่อนกับหลังชายชราคนนั้นเสียชีวิต ญาติของเขาพูดอะไรกับผมบ้าง?”
เจียงเชนถาม “อะไร?”
“ลูกชายของชายชราเป็นคนเฝ้าไข้ เขาบอกว่าก่อนพ่อเสียชีวิตสองวัน ตอนกลางคืนเขาฟุบอยู่บนเตียงคนไข้ ง่วงงุนจนใกล้จะหลับ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าพ่อจ้องมองเขานิ่งไม่ไหวติง สายตาแบบนั้นทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจมาก”
“เขาอยากจะเอ่ยปากพูด แต่เปลือกตากลับหนักขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็หลับสนิทไป พอถามพ่อในวันรุ่งขึ้น พ่อกลับไม่ยอมพูดอะไรเลย”
“คืนต่อมา ลูกชายของชายชราระแวดระวังตัวไว้ก่อน แกล้งทำเป็นหลับ แต่ที่จริงคอยสังเกตอยู่ตลอด คราวนี้เขาพบว่าสิ่งที่เห็นเมื่อคืนไม่ใช่ภาพหลอน พ่อมีสีหน้าแบบเดิมอีกครั้ง ดวงตาเบิกกว้าง จ้องมองเขานิ่งไม่ไหวติง”
“ลูกชายของชายชรายิ่งรู้สึกแปลกใจ และยังรู้สึกด้วยว่า...พ่ออาจไม่ได้มองเขา แต่กำลังมองไปด้านหลังเขา หรือว่าด้านหลังเขามีอะไรอยู่?”
“แต่พอเขาคิดจะลุกขึ้น ความง่วงก็ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ทั้งที่เขาไม่อยากหลับชัด ๆ แต่กลับควบคุมตัวเองไม่ได้ จนหลับไป”
“ในความฝัน ลูกชายได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบา คล้ายกับมีคนกำลังเดินเขย่งปลายเท้า”
“วันรุ่งขึ้นเขาตรวจดูบนพื้น ก็พบรอยน้ำเป็นจุด ๆ ที่เกิดจากปลายเท้ากดลงบนกระเบื้องจริง ๆ ห้องผู้ป่วยอาการหนักเป็นห้องเดี่ยว ประตูก็ล็อกจากด้านใน ถ้าอย่างนั้นคนที่เดินเขย่งปลายเท้ามาหยุดอยู่ด้านหลังเขาเมื่อคืน ก็คือพ่อของเขาเอง?”
