หม่าซ่วยยิ้มน้อย ๆ "นี่เป็นเรื่องดีครับ นับตั้งแต่คุณลุงเย่ป่วย คงไม่ได้หลับสนิทมาสักพักแล้ว คุณเครียด วิตกกังวล กลางดึกก็ไอไม่หยุด หายใจไม่สะดวก นอนไม่หลับเลย หลังจากฝังเข็มเมื่อวาน กลางคืนคุณนอนหลับดีขึ้น แต่ร่างกายทรุดโทรมมานาน นอนดีแค่วันเดียวมันชดเชยไม่พอหรอก ตอนนี้ที่ง่วงก็เพราะร่างกายกำลังบอกว่ามันต้องการพักผ่อน อยากนอนก็นอนเถอะครับ ทำตามที่ร่างกายต้องการ"
เย่ชิวเซิงพยักหน้า ใช้มือยันขอบเตียงลุกขึ้นนั่ง หันไปพูดกับหน้าประตูว่า "เซียงเซียง ช่วยดูแลคุณหม่าด้วยนะ ฉันจะนอนสักหน่อย"
เป้าซียงเซียงขานรับ เดินเข้ามาจากนอกประตู พยุงเย่ชิวเซิงให้ล้มตัวนอนลง ห่มผ้าให้เรียบร้อย จากนั้นก็หันมายิ้มให้หม่าซ่วย "คุณหม่า พวกเราลงไปดื่มชากันข้างล่างเถอะค่ะ"
ทั้งสองลงมาข้างล่าง ห้องที่เย่ชิวเซิงจัดไว้เป็นห้องชงชาอยู่ด้านในสุด เล็กกว่าห้องนั่งเล่น แต่ตกแต่งได้อย่างมีรสนิยม
โต๊ะชาไม้เอล์มเก่ายาวตั้งอยู่กลางห้อง ปูด้วยผ้ารองชาสีแดงเข้ม ชุดชงชาเคลือบเขียววางอยู่บนนั้น ข้าง ๆ กันมีกระถางธูปหอมสีขาว ธูปจันทน์หอมควันกรุ่นรวยริน
บนชั้นโชว์ชิดผนังมีชาผู่เอ่อสองสามแผ่นกับกาน้ำชาดินม่วงอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนที่มุมห้องมีต้นสนโรฮันสูงถึงเอว
เป้าซียงเซียงนั่งลงด้านหนึ่งของโต๊ะชา ยื่นมือไปหยิบกาชาดินม่วง ลวกน้ำร้อนที่ตัวกา จากนั้นก็ตักใบชาขึ้นมาหนึ่งหยิบมือใส่ลงไปในกา ทันทีที่น้ำร้อนกรอกลงไป กลิ่นหอมของชาก็อบอวลทั่ว ชุ่มคอและเข้มข้น
การเคลื่อนไหวของเธอไม่ช้าไม่เร็ว ทุกขั้นตอนราวกับผ่านการฝึกมาอย่างดี รินน้ำลวกถ้วยรินน้ำชา ปลายนิ้วพลิกแพลงไปมามีจังหวะจะโคนที่อธิบายไม่ถูก
