หลินหยุ่นถูกพวกนางพูดเข้าจนใบหน้าร้อนผ่าว ยกมือขึ้นจัดไรผมที่ตกระข้างขมับ แล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “จะซ่อนไม่ซ่อนอะไรกัน นี่ตาเหลนของฉันเอง เพิ่งกลับมาจากปักกิ่ง”
“ตาเหลน?” ดวงตาของสาวผมหยักศกใหญ่เป็นประกายยิ่งกว่าเดิม กวาดตามองหม่าซ่วยตั้งแต่หัวจรดเท้า “พี่หลิน ตาเหลนของพี่นี่หน้าตาดีเกินไปแล้วมั้ง คนกลับจากปักกิ่งนี่ไม่เหมือนจริง ๆ ดูท่าทางนี่ ดูหุ่นนี่ ไม่เบาเลยนะ”
สาวผมหางม้าสมทบอีกเสียง “จริงด้วย พี่หลิน ตาเหลนของพี่มีแฟนหรือยัง น้องสาวลูกพี่ลูกน้องฉันอายุยี่สิบสามปีนี้ ทำงานเป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลอำเภอ หน้าตาดีมาก จะให้แนะนำไหม”
มุมปากของหม่าซ่วยกระตุกเฮือก ยังไม่ทันได้อ้าปาก หลินหยุ่นก็ตัดหน้าพูดเสียก่อน
“พอได้แล้ว พอได้แล้ว พวกเธอสองคนอย่าไปทำให้เขาตกใจกลัว ซ่วยเพิ่งกลับมา ยังไม่ได้จัดการอะไรให้เรียบร้อยเลย เธอจะรีบร้อนอะไรกัน”
สาวผมหยักศกใหญ่เบะปาก “พี่หลินนี่หวงเสียแล้ว พวกเราจะกินเขาได้หรือไง”
หม่าซ่วยยืนอยู่ข้าง ๆ ถูกผู้หญิงสองคนมองจ้องเหมือนของหายาก จนรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
สายตาของพวกนางต่างจากผู้ชายมองผู้หญิง ผู้ชายมองผู้หญิงอย่างน้อยก็ยังรู้จักปิดบังบ้าง ส่วนพวกนางทำเหมือนอยากจะเอาลูกตามาแปะทาบ ถลันมองตั้งแต่ใบหน้าลงไปถึงลำคอ จากลำคอลงไปถึงเอว จากเอวลงไปถึงขา ทุกกระเบียดนิ้วไม่เว้น
โดยเฉพาะสาวผมหยักศกใหญ่ นัยน์ตาที่จับจ้องนั้นเหนียวหนึบ ราวกับกำลังพินิจพิเคราะห์เนื้อหมูสามชั้นชั้นดีชิ้นหนึ่ง กะเก็งว่าจะลงมีดตรงไหนดี
หม่าซ่วยคิดอยู่ในใจ ยุคสมัยไม่เหมือนกันแล้ว ผู้หญิงก็เริ่มกลายเป็นพรานเสียแล้ว ช่างผิดฟ้าผิดแผ่นดิน
เสี่ยวหลิวนั่งยองอยู่ข้างชั้นวางของ มืองานที่ทำค้างอยู่นานแล้ว ก้มหน้าง่วนแสร้งทำเป็นจัดของ แต่หูกลับตั้งสูงลิบ หางตาเหลือบมองมาทางหม่าซ่วยเป็นระยะ
