ถังเฟยยกจานอาหารวางบนโต๊ะทีละใบ
ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน ผัดผักตามฤดูกาล เห็ดหูหนูลวกจิ้ม แล้วก็หม้อปลาหมักเปรี้ยวร้อนฉ่า
กลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วห้องอาหาร เย้ายวนให้อยากอาหารขึ้นมา
ถังเฟยถอดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้กับพนักเก้าอี้ แล้วเชิญทั้งสองคนนั่ง
ถังถังลุกจากโซฟา เดินมาที่โต๊ะอาหาร ดึงเก้าอี้แล้วนั่งลง
หม่าซ่วยตามมานั่ง เมื่อเหลือบตามองผู้หญิงสองคนตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว
ถังเฟยนั่งตรงข้ามเขา ถังถังนั่งเฉียงไปทางซ้าย ทั้งสองคนใส่ชุดอยู่บ้านสีคล้ายกัน คนหนึ่งเทาเข้ม อีกคนสีชมพู ดุจบุปผาสองดอกบานสะพรั่ง
“มาเลยๆ ซ่วย ลองฝีมือพี่สะใภ้หน่อย” ถังเฟยคีบซี่โครงหมูชิ้นหนึ่งใส่ชามเขา “ซี่โครงหมูนี่พี่ตุ๋นตั้งชั่วโมงกว่า เปื่อยกินง่ายมาก”
หม่าซ่วยก้มหน้ากัด ซี่โครงหมูตุ๋นจนเปื่อยดีจริง กัดทีเดียวเนื้อหลุดจากกระดูก กลิ่นหอมของซอสซึมเข้าไปในเนื้อ มันแต่ไม่เลี่ยน
“ฝีมือพี่สะใภ้ยังเหมือนเดิม อร่อยมาก” เขาเอ่ยชมอย่างจริงใจ
ถังเฟยดีใจจนยิ้มตาหยี “อร่อยก็กินอีก อยู่คนเดียวในหมู่บ้านคงต้องอดๆ อยากๆ ต่อไปถ้าว่างก็มากินข้าวกับพี่”
หม่าซ่วยยิ้ม ไม่รับปากหรือปฏิเสธ
มากินทุกวันไม่ได้หรอก กินมากหนี้บุญคุณก็พอกพูน
ดูจากท่าทางที่ถังเฟยอยากได้ตัวเขาขนาดนั้น เกรงว่าคงต้องเอาอะไรบางอย่างมาแลก
