ทันทีที่ถังถังได้ยินเสียงตัวเองเล็ดลอดออกจากปาก ใบหน้าสวยก็แดงฉานขึ้นมาทันที สมองทั้งใบชะงักงัน ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงเป็นแบบนี้
ตัวเองไม่น่าจะสนใจผู้ชายเลยสักนิด...
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้
ถังถังสัมผัสได้ถึงความผิดปรกติเล็กน้อย
ร่างกายของตนเหมือนจะเบาขึ้นกว่าก่อน
ไม่ใช่ความรู้สึกทางใจ แต่เบาขึ้นจริง ๆ
ความรู้สึกนั้นอธิบายยากเหมือนใส่เสื้อผ้าที่หนักมากมาทั้งวัน แล้วจู่ ๆ ก็ถอดเสื้อผ้าตัวนั้นทิ้ง ร่างกายทั้งร่างเบาหวิวไปช่วงหนึ่ง
ถังถังขยับหัวไหล่เล็กน้อย รู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อระหว่างสะบักถูกใครมาช่วยจัดเรียงใหม่ให้ยืดหยุ่นอย่างน่าเหลือเชื่อ
เธอลองก้มตัวทดสอบความยืดหยุ่น ฝ่ามือแตะปลายเท้าได้อย่างง่ายดาย ก้มลงได้ไกลกว่าปรกติอย่างน้อยสามนิ้ว
จู่ ๆ ในใจของถังถังก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา
นึกถึงตอนไปเรียนโยคะ อาจารย์เคยพูดกับเธอว่า
"โยคะเมื่อฝึกจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว ไม่ใช่แค่ความยืดหยุ่นและพละกำลังของร่างกาย แต่เป็นการไหลเวียนของพลังงานภายใน เมื่อท่วงท่าของเธอถูกต้องสมบูรณ์ ลมหายใจประสานกันหมดจด และจิตจดจ่อแน่วแน่อย่างสมบูรณ์ เธอจะรู้สึกถึงกระแสร้อนที่ไหลวนอยู่ในร่าง ความรู้สึกนั้นเรียกว่าลมปราณ"
ตอนนั้นเธอคิดว่าเป็นแค่อาจารย์วาดภาพอนาคตให้ลูกศิษย์ฟัง เป็นการให้กำลังใจทางจิตวิญญาณ ไม่เคยเชื่อถือจริงจังเลย
เพราะเธอฝึกโยคะมาหลายปี ผ่านมือผู้ที่เรียกตัวว่าเป็นปรมาจารย์นับไม่ถ้วน ไม่เคยมีใครทำให้เธอรู้สึกถึงสิ่งที่เรียกว่าลมปราณได้อย่างแท้จริง
แต่ตอนนี้ เธอกลับรู้สึกได้จริง ๆ
ถังถังพลันตื่นเต้นขึ้นมา หรือว่าการฝึกคู่กับหม่าซ่วยในตอนนี้ คือโยคะขั้นสูงสุด?
