“ใคร?” จางจวินตะโกน ลืมไล่ตามชายถือปืน แล้วหันปากกระบอกปืนไปทางจางซิ่วหลานทันที
“สหาย ฝ่ายเดียวกัน ฉันคือจางซิ่วหลาน เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตชุมชนอู๋ถง พวกนี้คือพวกมิจฉาชีพ”
จางซิ่วหลานตอบเสียงดัง ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อแสดงว่าไม่มีอันตราย
“คุณคือจางซิ่วหลาน?” จางจวินเบิกตากว้าง รู้สึกว่าบังเอิญจริงๆ
“ใช่ ฉันคือจางซิ่วหลาน สหาย คุณรู้จักฉันเหรอ?” จางซิ่วหลานถามกลับ
“ไม่รู้จัก แต่ทางสำนักงานเขตของคุณโทรมาขอให้เราช่วยตามหาคุณ บอกว่าคุณอาจมีอันตราย อยากให้เราระวังไว้”
จางจวินไม่ได้ปิดบัง เขาได้รับโทรศัพท์จากสำนักงานเขตชุมชนอู๋ถง ถึงได้พาลูกศิษย์ออกตระเวนถนน
ไม่นึกว่ายังไม่ทันได้ตระเวนนาน ก็มีคนบอกว่าเห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งไล่ตามผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปลึกในตรอก
จางจวินไม่รู้ว่าผู้หญิงที่ถูกไล่นั้นเป็นใคร แต่เมื่อประชาชนมีอันตรายเขาต้องสืบสวนให้ได้ เพราะงั้นจึงไล่ตามเบาะแสที่ประชาชนให้มา
ไม่นึกว่าพอมาถึงก็เจอคนร้ายถือปืนเสียก่อน
“สหาย ฉันเจออันตรายจริง แต่พวกเขาถูกจัดการแล้ว ยังมีมือปืนอีกคนที่พยายามปิดปาก พวกคุณเห็นไหม?” จางซิ่วหลานถาม
“เห็นแล้ว อีกฝ่ายหนีไปแล้ว” จางจวินรู้สึกเก้อเขิน เขารู้ว่าตอนนี้จะไล่ตามมือปืนก็สายเกินไปแล้ว
โชคดีที่จางซิ่วหลานไม่มีอันตราย ถึงการไล่ตามมือปืนจะสำคัญ แต่ชีวิตสำคัญยิ่งกว่า พวกสารเลวที่จางซิ่วหลานจับได้ก็สำคัญไม่แพ้กัน
จางจวินให้ลูกศิษย์เฝ้าปากตรอกไว้ ส่วนตัวเองเดินเข้าตรอกไปดูสถานการณ์
จางซิ่วหลานไม่ได้ปิดบัง ชี้ไปที่ชายร่างใหญ่แล้วพูดว่า “กระสุนนัดนั้นเล็งมาที่เขา เขารู้เบื้องลึกเบื้องหลังไม่น้อยแน่นอน
