ฉินผิงเห็นท่าทีของทั้งสองคน รีบวิ่งเข้าไปชงชาเก๊กฮวยหนึ่งกานำมาเสิร์ฟให้ทั้งคู่ พร้อมให้ดื่มไปพลางคุยไปพลาง
หลินซวงไม่ไปไหนต่อ นั่งลงข้าง ๆ เพื่อรอฟังข่างซุบซิบ ส่วนยายหลินก็ไม่ไล่ใคร ไม่ได้รังเกียจที่หลินซวงชอบฟังข่างซุบซิบ
การชอบฟังข่างซุบซิบไม่ใช่เรื่องแย่อะไร ขอแค่ไม่ไปมั่ว ๆ แพร่หลายอะไรออกไปก็พอ
ยายหลินเป็นคนหัวสมัยใหม่ เธอไม่ได้ห้ามความชอบของหลินซวง แต่จะคอยแนะนำ และทำให้หลินซวงรู้ว่าข่างซุบซิบแบบไหนที่เล่าไม่ได้ ความลับบางอย่างรู้แล้วต้องกลืนลงท้องไปตลอดชีวิต
ยายหลินจิบชาเก๊กฮวย แล้วเอ่ยชมว่า “ชาหอมดี”
“จริงด้วยสิ ได้ยินว่าเป็นชาที่เก็บมาจากภูเขาลึก หายากมาก” จางซิ่วหลานยิ้มรับคำ
ความจริงชานี้เป็นผลผลิตจากพื้นที่มิติ นอกจากผักและสมุนไพรแล้ว จางซิ่วหลานยังปลูกชาดอกไม้ไว้ด้วย
จางซิ่วหลานยังปลูกสมุนไพรวิเศษสองสามต้นในพื้นที่มิติ นั่นเป็นผลงานฝึกฝนของเธอ ตอนนี้เธอยังไม่กล้าปลูกสมุนไพรวิเศษเป็นจำนวนมาก
จางซิ่วหลานกลัวว่าถ้าปลูกไม่ดี ก็จะสิ้นเปลืองเมล็ดพันธุ์ ถ้าอย่างนั้นเธอคงไม่มีที่ไปซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ นั่นสิถึงจะเรียกว่าร้องไห้ไม่มีที่ให้ร้อง
ของจากพื้นที่มิติต้องเป็นของดีเสมอ คำพูดนี้มีคุณค่าเสมอมา ยายหลินชิมได้ว่าชาดี จางซิ่วหลานไม่แปลกใจเลย
ชาดอกไม้เหล่านั้น จางซิ่วหลานเก็บมาผึ่งแห้งแล้ว ไม่เพียงแต่ดื่มเอง ยังส่งให้อาอวี้บ้าง
สำหรับอาจารย์ของเด็กสามคน จางซิ่วหลานให้ความเคารพมากจริง ๆ
แน่นอน อาอวี้ก็ดูแลครอบครัวพวกเขาไม่น้อย ทุ่มเทให้เด็กสามคนอย่างเต็มที่ ช่วยเติมเต็มตำแหน่งที่ขาดหายไปของพ่อ
