จางซิ่วหลานตั้งใจฟังเว่ยฟางเล่าถึงสิ่งที่พวกเขาค้นพบ พยักหน้าเป็นระยะ ๆ บางครั้งก็ให้คำแนะนำสองสามอย่าง
แม้จางซิ่วหลานจะไม่เคยออกแผงขายของเอง แต่เธอผ่านโลกมามาก เคยเสพคลิปสั้นบ่อย ๆ คำแนะนำของเธอจึงเข้าท่าไม่น้อย
เว่ยฟางฟังไปก็จดจำไปในใจ คิดว่าจางซิ่วหลานรู้เรื่องราวเยอะเหลือเกิน อดถามไม่ได้ว่า “คุณไม่อยากออกแผงขายของหาเงินบ้างเหรอ?”
“ฉันเหรอ ฉันไม่มีเวลา” จางซิ่วหลานส่ายหน้า “จุดสำคัญของฉันอยู่ที่งานกับลูก การรักษาสมดุลระหว่างสองอย่างนี้ได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว”
“ก็จริงอีกอย่าง คุณไม่มีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือ แน่นอนว่าต้องใช้เวลากับลูกเป็นอย่างมาก
ไม่เหมือนบ้านฉัน ถึงฉันจะไม่มีแม่สามี แต่พ่อสามีขยันมาก รับส่งลูก ทำกับข้าวให้ลูก ๆ พ่อสามีฉันทำได้ดีมาก”
เวลาพูดถึงพ่อสามี เว่ยฟางรู้สึกภาคภูมิใจไม่น้อย เขาทำงานเยอะ พูดน้อย และไม่ชอบจู้จี้ขี้บ่นลูกสะใภ้
ไม่เหมือนบ้านที่มีแม่สามี ทุกวันเหมือนมีภูเขาทับหัว ต้องคอยรับมือกับคำพูดประชดประชันของแม่สามีเป็นระยะ
เว่ยฟางคุยกับจางซิ่วหลานอยู่พักหนึ่ง ก็รีบกลับบ้านไปจัดการธุระต่อ
หลังส่งลูก จางซิ่วหลานแวะไปที่สหกรณ์ร้านค้า ซื้อปลอกหมอนสีแดงใหญ่สองคู่ แล้วซื้อขนมบางอย่างใส่กระเป๋า จากนั้นจึงไปที่สำนักงานเขตชุมชน
ยังไม่ทันนั่งติดเก้าอี้ ซุนหัวโตกับหวังเหมยฮวาสองสามีภรรยาก็ปรากฏตัวที่สำนักงานเขตชุมชน
ซุนหัวโตดูแก่ลงกว่าตอนแยกบ้านตัดขาดความเป็นญาติกับซุนต้าจู้ไม่ต่ำกว่าสิบปี ผิวของหวังเหมยฮวาก็แย่ลง ไม่ดูเป็นคุณยายเป๊ะเว่อร์เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
