ได้มีวันว่างๆ แบบนี้ยากนัก กลับบ้านเร็วก็ไม่มีอะไรทำ จางซิ่วหลานเลยตัดสินใจไปเดินเล่นแถวหวังฝูจิ่ง
ร้านค้าแถวหวังฝูจิ่งเปิดไปแล้วเกินครึ่ง สินค้าก็สารพัดประเภท เพียงแต่ตอนนี้ร้านพวกนั้นล้วนขึ้นทะเบียนอยู่ใต้สังกัดหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง
ถ้าจะว่ากันจริงๆ ก็ไม่ถือว่าเป็นของส่วนตัว แต่แท้จริงแล้วเป็นเอกชนดำเนินการ เพียงแต่รายได้ที่ได้มาจะต้องส่งขึ้นไปส่วนหนึ่ง
ถึงอย่างนั้นก็มีคนที่หูไวตากว้างจำนวนมากพากันเปิดร้านขึ้นมา ฉวยจังหวะที่ลมพัดมาเพื่อทำเงิน
จางซิ่วหลานเข็นจักรยานเดินไปหยุดไป ไม่นานนักจักรยานก็เต็มไปด้วยถุงของมากมาย
เดินซื้อตั้งแต่หัวถนนจนถึงท้ายถนน จางซิ่วหลานจักรยานเต็มไปหมด ท้องก็อิ่มแล้ว มองดูพระอาทิตย์ก็ไม่เร็วไม่ช้าแล้ว
จางซิ่วหลานขี่จักรยานตรงกลับไปยังเขตบ้านพัก
เมื่อกลับมาถึงก็พบว่าเขตบ้านพักครึกครื้นมาก ทุกคนพากันไปรวมตัวกันที่บ้านปีกตะวันตกเพื่อดูเรื่องของบ้านอวี๋เย้าจู่
ที่แท้ก็เป็นเพราะอวี๋เย้าจู่ออกไปเที่ยวทั้งวัน พอกลับมาถึงพบว่าอาหารเย็นยังไม่ได้ทำ ก็ชี้หน้าด่าเฟิ่งลี่จวนยกใหญ่
ซวยก็ตรงที่ช่วงนี้ยายซ่งออกมาโชว์ตัวอีกครั้ง ฟ้องอวี๋เย้าจู่
ว่าเฟิ่งลี่จวนไม่ได้ดูแลนาง ทำให้นางหิว กระหายน้ำ และยังปล่อยให้นางนอนอยู่ในที่สกปรกทั้งวันอย่างทรมาน
เฟิ่งลี่จวนทำท่าจะเป็นลม ปกป้องตัวเองอย่างอ่อนแรง พูดว่าไม่ใช่ฉันนะ ฉันไม่ได้ทำ ฉันทำงานตลอด แต่ร่างกายฉันไม่ค่อยดี เป็นลมไปหลายรอบ
แล้วยังบอกอีกว่ายายซ่งตัวหนัก ฉันมีแรงน้อย เลยยกไม่ไหว ไม่เห็นหรือไงว่าตอนที่ฉันป่วยหนักๆ ฉันถือชามยังไม่ไหวเลย
