ครึ่งชีวิตที่ฝืนทน

บทที่ 1 ลูกเขยเข้าบ้าน

6 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 1 ลูกเขยเข้าบ้าน

พ้นช่วงน้ำค้างตกหนักมาแล้ว พืชผลในนาก็เหลือเพียงมันหวานเท่านั้น ตาหยางเจ้าเซินได้รับคำสั่งจากยายโหวกุ้ยหลาน ผู้เป็นภรรยา ให้เตรียมตัวพาหยางชิงชิง ลูกสาวคนเล็กไปเก็บมันหวานที่นา

“เอาเคียวไปด้วยหรือเปล่า” โหวกุ้ยหลานมองตาผู้กำลังเทียมเกวียนวัวพลางถาม

หยางเจ้าเซินมัวแต่จดจ่อกับงานในมือ ไม่ปริปาก

หยางชิงชิงที่กำลังยกเชือกป่านขึ้นเกวียนอยู่ข้างๆ รีบตอบแทนพ่อ “แม่ เคียวหนูวางไว้บนขอบหน้าต่างแล้ว”

โหวกุ้ยหลานเดินไปทางบ้านหลังใหญ่พลางบ่นพึมพำกับสามี “หูตึง เหมือนเอาขี้หูยัดไว้ ต่อยตูดก็ไม่ผายลมออกมาสักที”

หยางเจ้าเซินเทียมเกวียนวัวเสร็จแล้วไม่สนใจภรรยา จูงเกวียนออกจากบ้านมาเอง โหวกุ้ยหลานกับหยางชิงชิงหยิบเคียวและตะกร้ามาเรียบร้อย ลงกลอนประตูรั้วใหญ่ เก็บกุญแจไว้ในรูผนังตรงปากประตู แล้วเอาอิฐจุกปิดไว้จึงขึ้นนั่งบนเกวียน หยางเจ้าเซินนั่งริมเกวียน ถือแส้พลางส่งเสียงเร่งวัวแก่ไปที่นา

วัวแก่เดินไปอย่างมั่นคง ดูเหมือนจะรู้ทางไปนา ไม่ต้องให้หยางเจ้าเซินเอาใจใส่ขับมัน หยางเจ้าเซินจึงหยิบกล้องยาฝิ่นเก่า ๆ ของเขาออกมา เอาใบยาอัดลงกล้อง หยิบไม้ขีดจุดแล้วสูบขึ้นมา

ควันตลบอบอวล โหวกุ้ยหลานเบือนหน้าหนี มองไปยังที่ดินสองข้างทาง นอกจากแปลงมันหวานประปราย มองไกลออกไปมีแต่ที่ดินไถไว้เป็นระเบียบเรียบร้อย บ้านไหนปลูกข้าวสาลีเร็วหน่อยบนดินก็เริ่มมีต้นอ่อนข้าวสาลีสีเขียวอ่อน ๆ งอกออกมาแล้ว ดูงดงามเป็นพิเศษ

ถึงที่นาของตนแล้ว โหวกุ้ยหลานกับลูกสาวลงจากเกวียน ต่างคนต่างถือเคียวคนละเล่มเริ่มตัดเถามันหวาน

“ชิงชิง ใส่ถุงมือสักหน่อย ระวังมือเปรอะไปด้วยน้ำยาง ล้างออกยากทีเดียว” โหวกุ้ยหลานพูดพลางล้วงถุงมือผ้าเก่าครึ่งๆ ออกจากกระเป๋ายื่นให้ลูกสาว

“แม่ ไม่เป็นไร” หยางชิงชิงยืดตัวตรง รับถุงมือมา

“สามพี่น้องมีแต่แกที่ซื่อ แก่ตามพ่อ” โหวกุ้ยหลานพูดพลางก้มลงดึงเถามันหวานบนดินอีกครั้ง เถามันหวานเลื้อยพันกันไปทั่ว การดึงนี่ก็เป็นงานหนักเอาเรื่อง โหวกุ้ยหลานดึงไปได้พักหนึ่ง ก็เหลือบไปเห็นสามียังนั่งสูบยาอยู่ที่หัวนา จึงพูดอย่างหัวเสีย “พักจนถึงเที่ยงวันแล้ว”

หยางเจ้าเซินชินกับคำบ่นพึมพำของภรรยาแล้ว ทำเป็นไม่ได้ยิน ยังคงสูบยาต่อไป หรี่ตามองภูเขาเบื้องไกล แสงตะวันงามจับภูเขาไกลนั้นเห็นชัดแจ๋ว เขามองเห็นแม้กระทั่งศาลเจ้าเล็ก ๆ บนยอดเขาโน่น พอสูบยาเสร็จก็เหน็บกล้องยาไว้ที่เอว แล้วเริ่มลงมือทำงาน

หยางเจ้าเซินมีหน้าที่ขนเถามันหวานที่ภรรยาและลูกสาวเกี่ยวขึ้นเกวียน เถามันหวานเป็นของดี นำไปตากแห้งไว้ให้วัวกินให้แกะกินในฤดูหนาว เป็นอาหารสัตว์สีเขียวชั้นดี

หยางชิงชิงเห็นพ่อขนของขึ้นเกวียน ก็รีบวางมือ วางเคียวลงที่หัวนา แล้วเริ่มช่วยพ่อขนของ พ่อกับแม่ก็เป็นคนห้าสิบกว่าแล้ว การขนขึ้นเกวียนนี่สิ้นเปลืองแรงมาก

หยางชิงชิงเป็นมือทำงานดี แม้หุ่นผอมบาง แต่ตั้งแต่จบมัธยมต้นก็อยู่แต่ในบ้านทำงานเกษตร ทำงานบ้านงานนาได้คล่องแคล่ว เธอก้มลงยกเถามันหวานที่พันกันเป็นกองใหญ่ขึ้นจะขึ้นเกวียน เพียงเพราะไม่ทันระวัง ถูกเถามันหวานเกี่ยวสะดุดเกือบล้ม

“หอบน้อยๆ หน่อย” หยางเจ้าเซินบอกลูกสาว เขาเห็นลูกสาวคนที่สามทำงานไม่เสียดายแรง เขารักสงสารนางที่สุด

“ไม่เป็นไร” หยางชิงชิงยิ้ม แล้วทำงานต่อไป

สองพ่อลูกขนขึ้นจนเต็มเกวียนหนึ่งรอบ หยางเจ้าเซินขับเกวียนวัวกลับบ้านไปเอง ทิ้งให้โหวกุ้ยหลานกับชิงชิงเกี่ยวต่อ รอเกี่ยวเสร็จก็จะขุดมันหวานได้ ถึงตอนนั้นก็จูงวัวไถ มันหวานก็พลิกขึ้นมาเอง

โหวกุ้ยหลานยืดเอวขึ้นมา มองดูลูกสาว “ชิงชิง เจ้ามองพ่อเจ้าสิ ข้าไม่อยากเห็นเขาเลย ช่วงนี้ทำตัวเหมือนคนตาย”

“แม่” หยางชิงชิงห้ามปรามมารดาด้วยความโกรธเล็กน้อย

“แม่น่ะ ครึ่งชีวิตที่อยู่กับเขา เฮ้อ” โหวกุ้ยหลานขว้างเคียวลงนั่งด้วยความโกรธ ถอนหายใจรัวๆ

หยางชิงชิงไม่ได้หยุดมือในงาน แต่ในใจเริ่มรู้สึกอัดอั้น เธอโกรธแม่แล้วก็สงสารพ่ออย่างที่สุด เพราะแม่นั่นแข็งกร้าว ครอบงำทุกข์สุขของคนในครอบครัว เธอกับพี่สาวสองคนเติบโตขึ้นมาท่ามกลางเสียงทะเลาะของพ่อแม่ ทุกครั้งที่พ่อแม่โกรธกันก็จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของพ่อเสมอ เพียงเพราะพ่อเป็นลูกเขยเข้าบ้าน

หยางเจ้าเซินเป็นคนภูเขาแถมยังมีพี่น้องหลายคน นอกจากพี่ชายใหญ่ที่มีเมียอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว พี่น้องชายอีกสามคนไปเป็นลูกเขยเข้าบ้านหมด ไม่มีทางเลือกเพราะจน แถมเกิดในหุบเขากันดาร เป็นลูกเขยเข้าบ้านคือหนทางเดียวที่มี โหวกุ้ยหลานนั้นอยู่ในหมู่บ้านหลี่เจียโกวเป็นนามสกุลเล็กๆ มาถึงรุ่นนาง เดิมมีพี่ชายกับพี่สาว แต่ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงและขาดยารักษา ล้วนเลี้ยงไม่รอด เหลือเพียงโหวกุ้ยหลานคนเดียว จำต้องรับหยางเจ้าเซินที่เป็นคนภูเขาเข้ามา

โหวกุ้ยหลานซึ่งกำเนิดจากบ้านเล็กๆ นั้นนิสัยห้าวหาญ แต่ก่อนก็เพราะถูกชีวิตบังคับ หยางเจ้าเซินกลับเป็นคนสุขุมเงียบขรึม หากนางเป็นคนจิตใจอ่อนด้วยอีกคนจะไม่ถูกคนอื่นรังแกตายหรอกหรือ แต่ทว่าชีวิตไม่เคยมีอะไรที่สมหวังไปเสียทุกเรื่อง พอสองคนแต่งแล้ว ก็ให้กำเนิดลูกสาวติดๆ กันถึงสามคน ตอกย้ำความทะเยอทะยานในใจของโหวกุ้ยหลานจนย่อยยับ แต่นางก็จนใจ จะให้เลิกใช้ชีวิตเพราะไม่สมใจนี่ก็ไม่ได้เหมือนกัน ลูกสาวคนโตชิงเหมย ดูแลบ้านแต่ไหนแต่ไร ก็เป็นลูกสาวคนโตของบ้าน นางยินดีอยู่บ้าน โหวกุ้ยหลานชอบลูกสาวคนโตที่สุด เพราะนางเหมือนนางที่สุด ไม่เหมือนลูกสาวอีกสองคนข้างล่าง คนหนึ่งเจ้าเล่ห์ คนหนึ่งซื่อตรง

ในการแต่งงานของลูกสาวคนใหญ่ โหวกุ้ยหลานทุ่มแรงสุดตัว รับลูกเขยเข้าบ้านต้องหนึ่งศีลธรรมผ่านด่าน สองต้องหนักแน่นขยันขันแข็ง สามก็ต้องรูปร่างหน้าตาผ่านด่าน นางไม่ยอมให้ลูกสาวคนโตฝืนใจ เลือกไปเลือกมาได้อวี๋เหวินจวิน พอทั้งสองจะอยู่ด้วยกันก็ทำให้โหวกุ้ยหลานได้เชิดหน้าเชิดตา คลอดลูกคนแรกก็เป็นเด็กชาย สางความอัปยศของสองชั่วอายุคนราบคาบ เดิมทีอย่างครอบครัวของชิงเหยนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้มีลูกคนที่สอง จะเอาให้ถูกระเบียบช่วงปีก็ต้องห่างกัน แต่โหวกุ้ยหลานกับชิงเหยมีความเห็นตรงกันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในเรื่องการมีลูกคนนี้ อย่างน้อยก็ต้องมีเด็กชายอีกสักคน ผู้หญิงสองชั่วอายุรู้ดีว่าลูกชายในหมู่บ้านนั้นสำคัญอย่างไร ฉะนั้นพอลูกชายอายุสองขวบ ชิงเหยก็แอบถอดห่วงคุมกำเนิดออก แล้วตั้งครรภ์แล้วก็พาลูกหนีเข้าไปในบ้านเกิดของอวี๋เหวินจวินที่อยู่ในภูเขา

เดิมทีชีวิตจะราบรื่นตามใจไปเสียหน่อย แต่แล้วลูกสาวคนที่สองชิงอวี้ก็ก่อเรื่องใหญ่ขึ้นมา ทำให้หน้าตาของคนบ้านหยางต้องอับอายขายหน้าทันที

ในสามพี่น้องสาว ชิงอวี้รูปโฉมงามที่สุด แถมยังนิสัยหยิ่งยโสที่สุด เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวที่สุด โหวกุ้ยหลานก็ชอบลูกสาวคนที่สองเหมือนกัน เล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงมากย่อมฉลาดไม่เสียเปรียบ ชิงอวี้จบมัธยมต้นแล้วก็กลับมาอยู่บ้านทำเกษตร ต่างคนเกิดเป็นชาวนา ทั้งไม่มีเครือญาติดีๆ ก็ได้แต่รับช่วงจอบของพ่อแม่ไปลงไร่ทำนา แต่ว่าชิงอวี้ไม่ชอบทำงานในไร่นา นางยอมอยู่บ้านทำครัวทำงานบ้านก็ไม่ยอมลงนา โหวกุ้ยหลานก็เลยตกลงกับลูกสาวคนที่สอง บ้านมีกันหลายปากท้อง ที่บ้านยังมีสัตว์เลี้ยง ลูกสาวอยู่บ้านนางก็จะไปลงนา ยังไงก็ไม่ปล่อยให้ว่างล่ะนะ

นอกจากฤดูเกี่ยวข้าวเกี่ยวข้าวฟ่างที่ยุ่งนักแล้ว ชิงอวี้ไม่ลงนาเลย แต่นางอยู่บ้านกลับจัดการบ้านเรือนให้เป็นระเบียบเรียบร้อยทุกอย่าง ในบ้านนอกชานเรือนเก็บกวาดสะอาดหมดจด ทำครัว ให้อาหารสัตว์ ทำรองเท้า เป็นที่ใครเห็นใครก็ชม เทียบกันแล้วชิงชิงไม่เอาไหนเลย นางเด็กกว่าพี่สาวคนที่สองไม่ถึงสองขวบ หลังจากจบมัธยมต้นก็ตามพ่อแม่ไปลงไร่มาตลอด

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com

ความคิดเห็น

0/1,000 · ระบบจะเซ็นเซอร์คำไม่เหมาะสมอัตโนมัติ

ยังไม่มีความคิดเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นในตอนนี้