หลังเกิดเหตุขอคืนเงินต่อเนื่อง เสิ่นเยี่ยนกับหลิวปินต่างก็เริ่มระแวดระวัง เรื่องนี้คงไม่ใช่ลูกค้าขอคืนเงินเป็นราย ๆ ไปแน่ ต้องมีคนจงใจเล่นงานพวกเขาอยู่เบื้องหลัง
เสิ่นเยี่ยน หลิวปิน และลู่เจิงทั้งสามคนรีบไปที่ร้านหม่าล่าทัง
ตอนนั้นเวินจือเหยากับเสิ่นเยียนหรานยังไลฟ์สดอยู่ ลูกค้านั่งเต็มร้าน พอมีคนกินเสร็จ ลูกค้ารายใหม่ก็เข้ามานั่งต่อทันที
เสิ่นเยี่ยนสังเกตเห็นชายฉกรรจ์สี่คนในร้านทันที แต่ละคนรูปร่างกำยำ น้ำหนักราว ๆ 100 กิโลกรัม บนมือและลำคอมีรอยสักอยู่ไม่น้อย
พวกเขานั่งกินกันอยู่สองโต๊ะ คอยเหลียวซ้ายแลขวา มองไปรอบ ๆ ท่าทางดูไม่เหมือนคนที่มากินข้าวตามปกติเลย
เป็นอย่างที่คิด ชายฉกรรจ์คนหนึ่งกินหม่าล่าทังไปคำหนึ่งก็ร้องเสียงดังว่า “นี่มันอะไรกัน? ห่วยแตกชะมัด ขอคืนเงิน!”
ชายฉกรรจ์อีกสามคนก็พากันสนับสนุน “ไม่อร่อยเลย ห่วยแตกจริง ๆ ต้องคืนเงิน!”
พนักงานสาวยังคงยิ้มแย้ม “หากต้องการคืนเงิน เชิญที่เคาน์เตอร์ค่ะ รบกวนอย่าส่งเสียงดังนะคะ เดี๋ยวจะรบกวนลูกค้าท่านอื่นค่ะ”
ชายฉกรรจ์คนนั้นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เดินไปทางเคาน์เตอร์พลางจงใจพูดเสียงดังขึ้น “ไม่อร่อยก็คือไม่อร่อย ยังไม่ให้พูดอีกหรือไง”
พอคืนเงินเสร็จ เขาก็กลับไปนั่งที่เดิม ไม่มีท่าทีว่าจะไปไหน ยังกินหม่าล่าทังต่ออย่างเอร็ดอร่อย
เวินจือเหยาถ่ายทอดสดตลอดเหตุการณ์ เพียงไม่กี่นาที ยอดความนิยมในห้องไลฟ์ก็ทะลุ 10,000
เสิ่นเยี่ยนส่งสายตาให้ลู่เจิง ลู่เจิงเข้าใจว่าในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้แสดงฝีมือแล้ว
ลู่เจิงสวมเสื้อแจ็กเก็ตคอตั้งสีเขียวเข้ม แผ่แรงกดดันแบบที่มีแต่ทหารผ่านศึกในสนามรบเท่านั้นที่มี เขาเดินไปหยุดตรงหน้าชายที่เป็นหัวโจก
