ไม่ใช่ทุกคนที่ไม่เชื่อในตัวเขา
ครั้งนี้ฉินหยุนโจวออกจากโรงพยาบาล ภายในไม่กี่วันก็มีคนแวะเวียนมาไม่ขาดสาย พอรู้สถานการณ์ของเขาในตอนนี้ ต่างก็ยัดเยียดเงินให้สวีซุ่ย
ในยุคนี้ ทุกครอบครัวล้วนลำบาก คนส่วนใหญ่ต้องดูแลคนทั้งบ้าน
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังยื่นมือเข้ามาช่วย ย่อมเห็นได้ว่าพวกเขายังยอมรับในตัวสหายฉินผู้นี้
แน่นอนว่า เงินพวกนั้นสวีซุ่ยไม่ได้รับไว้เลยสักแดงเดียว
เธอกับฉินหยุนโจวยังไม่ถึงขั้นนั้น
……
เดินออกจากห้องผู้ป่วย
สวีซุ่ยพบแพทย์ทหารแซ่เฟิงที่รับผิดชอบผ่าตัดให้ฉินหยุนโจว
“หมอเฟิงคะ สามีฉันเพิ่งฟื้นขึ้นมา แต่ขาขวาของเขาไม่มีความรู้สึก มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ยังรักษาให้หายได้ไหมคะ”
แม้ในเนื้อเรื่องเดิม ฉินหยุนโจวจะได้กลับไปกองทัพในอีกหนึ่งปีให้หลัง
แต่หนึ่งปีนั้นสำหรับเขาแล้ว นับว่าไม่ดีนัก ถ้าเป็นไปได้ เธอก็ไม่อยากให้เขาต้องออกจากกองทัพแบบนี้
ได้ยินคำนี้ หมอเฟิงพลิกดูรายงานในมือ แล้วถอนหายใจ “จะกลับมาเป็นปกติได้สมบูรณ์หรือไม่ ต้องดูสถานการณ์จริง แต่จากที่คุณเล่ามาเมื่อครู่ เกรงว่าคงยากมาก”
“แต่อย่าเพิ่งหมดหวังนะ อาจเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นก็ได้”
ก็ใช่ว่าจะตัดโอกาสที่คนไข้บางคนมีร่างกายแข็งแรง ฟื้นตัวดี พักรักษาสักห้าหกเดือนแล้วก็หายเป็นปลิดทิ้ง
สวีซุ่ยเงียบไปครู่หนึ่ง พยักหน้าขอบคุณ แล้วออกจากห้องทำงาน
ดูท่า โชคชะตานี้ก็ยังหนีไม่พ้น
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ถือว่าได้กลับบ้านเดิมพักผ่อนสักปีครึ่งแล้วกัน
พอดิบพอดี เธอก็กะจะออกจากวงดนตรีและศิลปะอยู่แล้ว พวกเขาจะได้กลับไปพร้อมกัน
