เมื่อเห็นว่าเธอไม่เชื่อ สวีซุ่ยก็ไม่ได้อธิบายอะไรมาก
“งานที่โรงเรียนอนุบาล ฉันคงรับไม่ไหว พี่สะใภ้ไปหาคนอื่นเถอะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปทำงานที่โรงงานเครื่องจักรกลแล้ว”
“งั้นก็ได้ ในเมื่อเธอมีงานที่ดีกว่าแล้ว เรื่องนี้ก็ถือว่ายกเลิกแล้วกัน”
หยางอวิ๋นมองคนตรงหน้า จู่ ๆ ก็ไม่รู้ทำไมนึกถึงตอนอยู่วงดนตรีและศิลปะขึ้นมา เธอสอนสวีซุ่ยแค่รอบเดียว สวีซุ่ยก็เรียนรู้ท่ารำทั้งชุดได้ แถมยังเต้นได้คล่องแคล่วชำนาญมาก
วันแสดงจริง เธอทำเอาทั้งงานตะลึง ถ้าต่อมาเธอไม่ได้ลาออกจากวงดนตรีและศิลปะไปเอง ตอนนี้ดาวเด่นของคณะอาจเป็นสวีซุ่ยก็ได้
ตอนนี้ลองคิดดูแล้ว คนเก่งไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ยังเก่งเหมือนเดิม
ไม่เหมือนเธอที่ยอมรับชะตากรรมแต่งงานไปตั้งแต่เนิ่น ๆ แถมยังแต่งกับผู้ชายแก่กว่าตัวเองยี่สิบกว่าปี
แม้แต่ลูกเลี้ยงชายหญิงในบ้านก็อายุไล่เลี่ยกับเธอแล้ว
แต่คิดดูแล้วก็ไม่ได้แย่อะไร
อย่างน้อยตอนนี้เธอก็เป็นภรรยาผู้บังคับกองพัน เวลาออกไปข้างนอก ใคร ๆ ก็เรียกเธอว่าพี่สะใภ้และเกรงใจเธออยู่สามส่วน เธอไม่ต้องกลับไปแย่งชิงทรัพยากรกันจนหัวร้างข้างแตกเหมือนเมื่อก่อน
“ไม่คิดว่าผ่านมาตั้งหลายปี เธอก็ยังเก่งเหมือนเดิม ยินดีด้วยนะ” หยางอวิ๋นมองใบหน้าที่ยังคงอ่อนเยาว์และงดงามของสวีซุ่ย ก่อนจะยิ้มให้
“เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยคนที่สองในเขตบ้านพักครอบครัวของเรา วุฒิการศึกษาสูงขนาดนี้ ต่อให้ยังไม่มีงานทำ พอมาถึงที่นี่ กองทัพก็ต้องจัดงานให้แน่นอน”
