ฉินหยุนโจวชะงักไปเล็กน้อย ทบทวนตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“ได้”
“เธอก็เหมือนกัน ไม่ต้องเกรงใจฉันเกินไป มีเรื่องอะไรก็พูดออกมาเหมือนเมื่อกี้ แบบนั้นก็ดีแล้ว”
แม้จุดเริ่มต้นของพวกเขาจะเป็นเพียงความผิดพลาด แต่ตอนนี้กลับมีลูกด้วยกันอย่างไม่คาดคิด
ไม่ว่าการมาของเด็กคนนี้จะเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการหรือไม่ ในเมื่อเลือกที่จะยอมรับแล้ว ก็ควรลองปรับตัวให้เข้ากับความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา
ระหว่างสามีภรรยา สิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสารและการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน บางเรื่องเปิดอกพูดให้เข้าใจกันชัดเจนย่อมดีกว่า
สวีซุ่ยเม้มปากยิ้ม “ได้”
ค่ำคืนผ่านไป ฟ้าก็สว่าง
ในตระกูลฉินเหลือเพียงพวกเขาสองคน คนอื่น ๆ ในบ้านบ้างก็ออกไปทำงาน บ้างก็ไปโรงพยาบาลเพื่อดูแลฉินหมินที่ถูกตีจนหมดสติเมื่อคืน
ไม่สิ ในบ้านยังมีเซียวเฟินที่เอะอะโวยวายอยู่เกือบทั้งคืนเมื่อวาน ตอนนี้ยังนอนอยู่ในห้อง
ตอนแรกสวีซุ่ยก็ไม่รู้ว่ามีคนอยู่ในห้องนั้นด้วย
เพราะห้องนี้เก็บเสียงไม่อยู่ พอได้ยินเสียงพลิกตัวดังมาจากข้างใน จึงรู้ว่าเซียวเฟินที่ปกติตื่นแต่เช้าวันนี้ยังไม่ลุก
สวีซุ่ยไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ กินอาหารเช้าเสร็จก็กลับเข้าห้องไปตั้งใจเตรียมตัวสอบต่อ
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสอบของโรงงานทอผ้าแล้ว สอบโรงงานทอผ้าตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายยังมีการสอบของสถานีธัญพืช
สอบที่เดียวก็ต้องสอบอยู่แล้ว สอบสองที่ก็เหมือนกัน อีกทั้งเวลาไม่ชนกัน
สวีซุ่ยตั้งใจจะลองสอบทั้งสองที่
การเตรียมสอบในยุคนี้แตกต่างจากที่เธอเคยเจอมาก ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน จึงต้องทุ่มเทความคิดให้มากเป็นพิเศษ
