สวีซุ่ยชะงักไปเล็กน้อย มองคนตรงหน้าแล้วก็เข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ในใจกลับรู้สึกโล่งอกขึ้นมา
“ขอแสดงความยินดีกับพวกคุณล่วงหน้านะ แต่ที่บ้านฉันมีธุระ คงไปไม่ได้ ขอโทษด้วย”
ก็ดีเหมือนกัน พอแต่งงานแล้ว หวังเจี้ยนลี่คงไม่เอาเรื่องเก่า ๆ พวกนั้นมาพูดอีก
กู้เสี่ยวเยี่ยนชะงักไป ก่อนเงยหน้าจ้องสวีซุ่ยไม่วางตา “คุณ...คุณแสดงความยินดีกับพวกเราจริง ๆ เหรอ”
“แน่นอน” สวีซุ่ยรู้ว่าอีกฝ่ายมาหยั่งเชิงเธอ แต่เธอไม่ได้คิดอะไรกับหวังเจี้ยนลี่จริง ๆ ต่อให้เธอยังไม่แต่งงาน ก็ไม่มีทางชอบหวังเจี้ยนลี่
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะ”
การสัมภาษณ์กำลังจะเริ่มแล้ว เธอเป็นหนึ่งในกลุ่มแรก อีกไม่นานก็จะถึงคิวเธอ
กู้เสี่ยวเยี่ยนคว้าแขนเธอไว้ “เดี๋ยวก่อน สวีซุ่ย จริง ๆ แล้ว...ครั้งนี้คุณไม่ควรมาสอบเลย”
“ถ้าคุณต้องการงาน ฉัน...ฉันช่วยหาตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวที่โรงงานทอผ้าให้คุณได้ แต่คุณต้องรับปากเงื่อนไขข้อหนึ่งของฉันก่อน”
คนที่จะได้ตำแหน่งนี้แทบจะถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นสวีซุ่ย ที่ให้เธอมาสอบก็แค่ทำตามขั้นตอนเท่านั้น
พ่อของเธอเป็นรองผู้จัดการโรงงาน การหาตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราวให้สักตำแหน่งไม่ใช่เรื่องยากนัก
แต่การจะให้พ่อช่วย ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอพูดเพียงคำเดียวแล้วจะสำเร็จ
สวีซุ่ยหยุดเดิน ดูเหมือนจะสนใจขึ้นมาเล็กน้อย เธอหันกลับไปมองกู้เสี่ยวเยี่ยน “อ้อ เงื่อนไขอะไรล่ะ”
