สวีซุ่ยพยักหน้า เธอเข้าใจแล้ว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตู้เหมยก็มาอยู่ในเมืองได้ระยะหนึ่งแล้ว
บัตรประจำตัวแนะนำตัวมีระยะเวลากำหนด เธอมีทะเบียนพำนักเป็นชาวชนบท จึงอยู่ในเมืองตลอดไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นหากถูกจับได้ก็จะถูกมองเป็นคนจรจัดไร้สังกัดและถูกจับตัวไป
ดังนั้นตรงหน้าตู้เหมยจึงมีทางเลือกอยู่เพียงสองทาง หนึ่ง เมื่อหมดเวลาแล้วก็กลับชนบทไปหาผู้ชายชนบทแต่งงานด้วย สอง รีบหาผู้ชายในเมืองแต่งงานด้วยให้เร็วที่สุด
เซียวเฟินดึงสวีซุ่ยไปนั่งข้างตน แล้วโน้มเข้าไปกระซิบข้างหูว่า “รู้ไหมว่าแม่สื่อเฉินแนะนำใครให้ตู้เหมย”
สวีซุ่ยส่ายหน้า เธอไม่รู้จริง ๆ
เรื่องแต่งงานของตู้เหมยเป็นหน้าที่ผู้ใหญ่ในบ้านจัดการ เมื่อมีผู้ใหญ่อยู่ พวกเธอที่เป็นสะใภ้ลูกพี่ลูกน้องก็แทบไม่ต้องเข้าไปถามไถ่
เซียวเฟินกระซิบว่า “พูดไปก็ช่างบังเอิญจริง ๆ เป็นลูกชายตระกูลหลิวที่อยู่คุ้มเดียวกับบ้านเรา หลิวสุ่นเซิง เธอน่าจะรู้จัก ก่อนหน้านี้หลิวสุ่นเซิงแต่งงานมาแล้วสองครั้ง ภรรยาทั้งสองคนตายหมด ทิ้งลูกไว้ให้เขาสามคน ลูกสาวคนโตอายุสิบขวบแล้ว”
“อายุไล่เลี่ยกับน้องชายเธอ ส่วนลูกชายคนเล็กยังไม่ถึงขวบ ภรรยาคนหลังที่เขาแต่งด้วยก็เสียชีวิตเพราะคลอดลูกคนนี้ยาก”
“มีคนลือกันว่าเขาโสมันภรรยา แถมยังมีลูกติดหิ้วตัวมาด้วยตั้งหลายคน ไม่มีใครอยากแต่งกับเขาหรอก ต่อให้เขามีงานทำ แถมยังเป็นคนขับรถของโรงงานทอผ้าก็เถอะ ใครจะไม่กลัวตาย ต่อให้ไม่กลัวตาย เพิ่งแต่งเข้าไปก็ต้องเลี้ยงลูกให้เขาตั้งหลายคน ใครจะทนไหว”
