ลองนับเวลาดูแล้ว เหมือนจะเป็นช่วงนี้จริง ๆ ที่ทั้งสองคนรู้จักกัน หากไม่มีอะไรผิดพลาด ช่วงเวลานี้ก็น่าจะเป็นตอนที่ทั้งคู่เริ่มพากันไปพบพ่อแม่ของอีกฝ่าย
“ฉันเป็นเพื่อนบ้านเก่าของเขา ยังมีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อนนะ” สวีซุ่ยมองของขวัญสารพัดชนิดที่ทั้งสองคนถืออยู่ ก็มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองคาดเดาเกือบเต็มร้อย
เธอไม่อยากข้องเกี่ยวกับกู้ซูอีก จึงหาเหตุผลมาอ้างแล้วรีบหันหลังเดินจากไป ส่วนเรื่องคืนปากกาหมึกซึ่งนั้น เธอไม่มีเวลาคิดถึงแล้ว
ใครจะคิดว่าเมื่อเห็นแผ่นหลังของสวีซุ่ยที่เดินจากไปโดยไม่ลังเล กู้ซูกลับเอ่ยปากส่งลู่เสี่ยวหย่ากลับไปก่อน
“ยกเลิกเรื่องวันนี้ก่อน คุณกลับไปก่อนเถอะ ของที่ซื้อมาเมื่อกี้เอาไปให้หมด”
ลู่เสี่ยวหย่าชะงักไป ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ในมือก็มีถุงใบใหญ่เพิ่มขึ้นมา ข้างในเป็นของขวัญราคาแพง ทั้งเหล้า ขนม และของอื่น ๆ
ชายหนุ่มข้างกายวิ่งตามคนเมื่อครู่ไปแล้ว เพียงพริบตาก็หายลับไปจากสายตา
เธอเม้มปาก ไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ยืนเดียวดายถือของพะรุงพะรังอยู่ตรงนั้น ลมหนาวพัดมาจนผิวหน้าเจ็บแสบ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยหน้าค่ายทหารรู้จักกู้ซู เห็นลู่เสี่ยวหย่าเป็นคนที่กู้ซูพามา ทั้งเมื่อครู่ทั้งสองคนยังถือของมามากมาย ใครเห็นก็รู้ว่ามาเยี่ยมพ่อแม่
แต่ดูจากเหตุการณ์เมื่อครู่แล้ว เห็นชัด ๆ ว่าคนรักทิ้งเธอไว้แล้ววิ่งตามผู้หญิงคนอื่นไป
