ขณะนั้นเอง ฉินหยุนโจวเพิ่งเดินออกมาจากห้อง ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เขาแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไร เดินไปข้างเด็กทั้งสอง แล้วหยอกล้อเจ้าตัวน้อยที่เพิ่งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณย่า เซี่ยวเหมย รบกวนช่วยดูเด็ก ๆ ให้หน่อยนะครับ ผมจะไปป้อนข้าวซุ่ยซุ่ย”
ยายฉินกับตู้เหมยรีบพยักหน้า
“หยุนโจว ไปเถอะ ไม่ต้องห่วง ที่นี่มีพวกเราอยู่”
“อ้อ นั่นซุปแม่ไก่แก่ที่ตุ๋นไว้ให้ซุ่ยซุ่ย เธอเพิ่งคลอดลูก ต้องบำรุงร่างกายให้มากหน่อย”
ตอนนี้ซุ่ยซุ่ยยังไม่มีน้ำนม ไม่แน่ว่าถ้าดื่มซุปไก่ที่มีประโยชน์มากขึ้น น้ำนมก็อาจจะมาเอง
ฉินหยุนโจวพยักหน้าเบา ๆ “ครับ”
เขาไม่ได้รีบไปยกซุปไก่มาทันที แต่ไปหยิบผ้ามา ชุบน้ำร้อนแล้วบิดให้หมาด ก่อนจะกลับเข้าไปในห้อง
เมื่อกลับเข้ามาในห้อง
สวีซุ่ยยังคงนอนอยู่บนเตียง
ฉินหยุนโจวเดินเข้าไปพร้อมผ้าขนหนูอุ่น ๆ แล้วเช็ดนิ้วทั้งสิบของเธอทีละนิ้ว นิ้วเรียวอวบขาวนวลสะอาดทุกซอกทุกมุม เขารู้ว่าสวีซุ่ยรักความสะอาด
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาก็มองเสื้อชั้นในสีแดงที่เปื้อนอยู่ในตะกร้าผ้าเปื้อน สีหน้าแลดูไม่เป็นธรรมชาติ ใบหูแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย
“ไซซ์นี้ใส่ไม่ได้แล้ว เดี๋ยวผมซื้อให้ใหม่อีกสักสองสามตัวนะ”
แต่ของที่ต้องซักก็ยังต้องซักให้สะอาดอยู่ดี
กลางวันมีคนเห็นไม่ได้ คงต้องแอบหาที่ไม่มีคนซักตอนดึก ๆ เท่านั้น
สวีซุ่ยซุกหน้าเข้ากับผ้าห่ม พอนึกถึงเรื่องที่ฉินหยุนโจวเอาเสื้อชั้นในของเธอไปทำอะไรต่อหน้าเธอเมื่อครู่ ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงจึงฟังดูไม่เป็นธรรมชาตินัก
“ไม่ต้องหรอก ฉันหิวแล้ว รีบไปยกข้าวมาให้ฉันเถอะ”
