งานมันห่วยแตก
เจ้านายก็ห่วยแตก!
ผู้เล่นยิ่งห่วยแตกเข้าไปใหญ่!!
จิ่วซานซานทะลุมิติมาเป็นเอ็นพีซีที่นี่ ทำงานงก ๆ มาตั้งสามเดือนแล้ว แต่กลับหาแต้มความกลัวได้แค่ 15 แต้ม!
ถ้าแปลงเป็นเงินหยวนล่ะก็...
15 หยวน
ฮ่า ๆ
เธอจะมีชีวิตต่อไปยังไงไหว!!!
ทำไมทะลุมิติมาแล้วยังต้องทำงานอีก หรือว่าชะตาเกิดมาเป็นวัวเป็นควายของจิ่วซานซานจะหนีไม่พ้นจริง ๆ?
เพื่อนร่วมงานชื่อเจินจื่อบอกเธอว่า ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว แต้มความกลัวก็ได้มาด้วยวิธีนี้มาตลอด ไม่เคยคิดบ้างเหรอว่าเป็นเพราะตัวเอง? พยายามหรือยัง? ทำมาตั้งสามเดือนแล้วยังหาแต้มความกลัวได้แค่นี้
คำพูดบั่นทอนกำลังใจแบบนี้...ไม่สิ วาทกรรมปั่นหัวคน ทำไมถึงยังใช้ได้ผลที่นี่อีกล่ะ?
เพื่อนร่วมงานของเธอเป็นผีกันหมด ไม่จำเป็นต้องเอาแต้มความกลัวไปแลกอาหาร แต่เธอไม่ใช่นี่นา ชีวิตที่ต้องกินหมั่นโถวทุกวันมันทรมานเกินไปแล้ว!
แต่เธอพยายามเต็มที่แล้วจริง ๆ
สิงร่างเก้าอี้ รอให้ผู้เล่นนั่งแล้วกัดก้น
เอาผมมัดกับพัดลม ตั้งใจทำตัวเป็นลูกข่างหมุนติ้ว
หมอบอยู่บนเพดานห้องน้ำ รอผู้เล่นเงยหน้าขึ้นมาแล้วหัวเราะอย่างเย็นยะเยือก
สิงร่างผ้าห่ม รอให้ผู้เล่นคลุมตัวแล้วค่อยเริ่มจั๊กจี้
แปลงร่างเป็นหมอน รอให้ผู้เล่นนอนหนุนแล้วเล่าเรื่องสยองขวัญข้างหู เอาเถอะ สุดท้ายคนที่โดนหลอกจนกลัวกลับเป็นตัวเธอเอง
เธอคิดวิธีหลอกให้คนขนหัวลุกกว่านี้ไม่ออกแล้ว ที่สำคัญคือเธอเองก็กลัวเหมือนกันนี่นา!
แถมผู้เล่นพวกนั้นไม่กลัวต่างหากถึงจะเป็นปัญหา
เธอนั่งยอง ๆ อย่างขมขื่นอยู่มุมหอพักพนักงาน ก่อนฝืนกลืนหมั่นโถวคำสุดท้ายลงไป
จู่ ๆ หน้าจอสีน้ำเงินก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นข้างหู
【ติ๊ง—ดันเจี้ยนมือใหม่ [มหาวิทยาลัยลั่วอิง] กำลังจะเปิดใช้งาน เอ็นพีซีจิ่วซานซานได้รับมอบหมายให้เข้าสู่ดันเจี้ยนนี้ โปรดเตรียมตัวให้พร้อม】
ดันเจี้ยนมือใหม่!
จิ่วซานซานน้ำตาคลอเบ้า
ในที่สุดโชคดีก็จะเข้าข้างเธอแล้วเหรอ?
ในดันเจี้ยนมือใหม่แทบจะมีแต่ผู้เล่นมือใหม่ ผู้เล่นมือใหม่น่ะของหอมหวาน หลอกให้กลัวได้ง่ายสุด ๆ
จิ่วซานซานควรจะจับคู่กับผู้เล่นมือใหม่ไปตลอดสิ
น่าเสียดายที่ดันเจี้ยนถูกสุ่มจัดให้ ถ้าเลือกเองได้ จิ่วซานซานคงอยู่แต่ในดันเจี้ยนมือใหม่ ไม่ยอมไปไหนแน่
แต่ก่อนเข้าไป เธอขอเปิด ‘แสดงอันดับผู้เล่น’ ก่อน
แบบนี้เธอก็จะหาเจ้าคนที่โง่ที่สุดในกลุ่มได้อย่างแม่นยำ แล้วหลอกให้กลัวจนแทบขาดใจ
ฮ่า ๆ งานของเอ็นพีซีนี่ก็แค่เกมหาเจ้าหมูเท่านั้นเอง
เมื่อปุ่มเข้าสู่ดันเจี้ยนสว่างขึ้น จิ่วซานซานก็ถูมืออย่างมั่นใจแล้วกดเข้าไป
คราวนี้เธอต้องหลอกให้คุ้มทุนให้ได้ ออกไปแล้วจะได้กินของดี ๆ!
【ติ๊ง—กำลังโหลดดันเจี้ยน—】
【โหลดดันเจี้ยนสำเร็จ—ตัวตนที่คุณสุ่มได้ในครั้งนี้คือ—ผู้ดูแลหอพัก】
【โปรดตรวจหอพักหลังสี่ทุ่ม โดยมีข้อกำหนดดังต่อไปนี้】
【หนึ่ง หลังสี่ทุ่มต้องปิดไฟ】
【สอง โปรดนับจำนวนคนในห้อง ทุกคนต้องอยู่ครบ และต้องขึ้นเตียงแล้ว】
【สาม ห้ามส่งเสียงดัง และห้ามไปห้องอื่น】
【สี่ หากผู้เล่นฝ่าฝืน คุณมีสิทธิ์ลงโทษหรือกำจัดผู้เล่นคนนั้น】
【ห้า หญิงชุดแดงเป็นเพื่อนร่วมงานของคุณ หากมันกำลังปฏิบัติการอยู่ โปรดหยุดตรวจหอพัก】
【หก สามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ แล้วหาแต้มก้อนโตไปด้วยกันกับเพื่อนร่วมงาน!】
สภาพแวดล้อมรอบตัวถูกขยำรวมกันราวกับเศษกระดาษ พอภาพตรงหน้ากลับมาชัดเจน จิ่วซานซานก็นั่งอยู่ในห้องเวรเสียแล้ว
เยส! ข้อกำหนดง่ายมาก!
เริ่มจากแต่งหน้าให้ตัวเองดูน่ากลัวก่อน
เธอกดเปิดหน้าจอ แล้วหยิบชุดเครื่องสำอางออกจากกระเป๋า
เริ่มจากทาหน้าให้ขาวซีดเป็นพื้นฐาน จากนั้นก็เติมปากแดงสด เบ้าตาดำคล้ำ แล้ววาดรอยลิปสติกบนหน้าอีกสองสามขีดให้เหมือนรอยเลือด
สุดท้ายก็ปล่อยผมยุ่ง ๆ ลงมาปรกหน้า
พอมองตัวเองในกระจก ขนทั้งตัวก็ลุกซู่
แย่แล้ว เธอกลัวตัวเองเข้าให้แล้ว
งั้นคราวนี้ก็ชัวร์แล้ว เธอต้องทำให้พวกเด็กเปรตกลัวจนแทบสิ้นสติแน่
เธอหยิบรายชื่อนักเรียนตามคำแนะนำ คราวนี้ถูกส่งไปประจำหอพักชาย
มีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นละ 5 ห้อง ห้องละ 4 คน
เยี่ยมเลย! หักพวกเอ็นพีซีที่ปะปนอยู่ในนั้นออกไปแล้ว ยังไงก็มีผู้เล่นสัก 50 หรือ 60 คน
ขอแค่หลอกให้คนในนั้นกลัวได้ครึ่งหนึ่ง เธอก็จะได้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว!
คิดอย่างนี้แล้ว อีกไม่นานเธอก็จะได้ลืมตาอ้าปากเสียที เธอตั้งตารอการตรวจหอพักที่จะเริ่มขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ
เดี๋ยวก่อน
ถ้าหญิงชุดแดงลงมือก่อนล่ะ? ถ้ามันทำเป็นตัวอย่างไปก่อน เธอก็ดูไม่น่ากลัวพอน่ะสิ
คิดได้ดังนั้น เธอก็รีบเปิดรายชื่อผู้ติดต่อ แล้วโทรหาเพื่อนร่วมงานที่อยู่ดันเจี้ยนเดียวกัน
“พี่คะ พี่คะ พี่คะ คืนนี้ให้หนูตรวจหอก่อนได้ไหมคะ ถ้าหนูยังหาเงินไม่ได้อีก หนูคงไม่มีปัญญาซื้ออะไรกินแล้ว แถมทุกเดือนยังต้องจ่ายค่าเช่าหอพักพนักงาน ตอนนี้หนูติดแต้มความกลัวเจินจื่ออยู่ 20 แต้มแล้วค่ะ”
เธอพยายามพูดทั้งด้วยเหตุผลและความรู้สึก
เธอเชื่อว่าพี่สาวเพื่อนร่วมงานคนนี้จะต้องเข้าใจความลำบากของเธอแน่
ปลายสายเงียบสนิท จิ่วซานซานจึงรออย่างใจเย็น ทันใดนั้นกระจกห้องเวรก็ถูกเคาะ
“ว้าย!”
จิ่วซานซานตกใจจนเกือบทำรายชื่อในมือหล่น
พอเงยหน้าขึ้น หญิงชุดแดงก็แนบหน้าทั้งหน้าเข้ากับกระจก เบ้าตาว่างเปล่าจ้องเธอเขม็ง
มันยื่นมือออกมา ปลายนิ้วสีแดงจิ้มกระจกเบา ๆ แล้วชี้ไปที่ปากซึ่งถูกเย็บปิดของตัวเอง
อ๋อ ที่แท้ก็พูดไม่ได้สินะ
จิ่วซานซานยังขวัญเสียอยู่ แต่ก็ฝืนยิ้มแล้วถามว่า “เอ่อ เรื่องที่ฉันพูดเมื่อกี้...ตกลงไหม? ถ้าตกลงก็พยักหน้าหน่อยได้ไหม?”
มันพยักหน้าอย่างเชื่องช้าและแข็งทื่อ เล็บสีแดงขูดกระจกจนเกิดเสียงแสบแก้วหู
จิ่วซานซานลูบขนลุกซู่บนแขน แล้วลองถามอีกครั้ง “มีอะไรเหรอ?”
เล็บสีแดงชี้ไปที่ช่องหน้าต่างเล็กด้านล่าง จิ่วซานซานเข้าใจทันที จึงเอื้อมมือไปเปิดช่องนั้น
แขนสีเขียวคล้ำเต็มไปด้วยรอยช้ำม่วง บนข้อมือยังมีแผลลึกจนเห็นกระดูกนับไม่ถ้วน
มันยื่นมือที่กำแน่นมาตรงหน้าจิ่วซานซาน แล้วค่อย ๆ คลายออกอย่างแข็งทื่อ กลางฝ่ามือมีลูกอมเม็ดหนึ่งที่ถูกบีบจนยับยู่ยี่วางอยู่
จิ่วซานซานประหลาดใจเล็กน้อย เธอชี้ลูกอมแล้วชี้ตัวเอง “ให้ฉันเหรอ?”
มันพยักหน้าและกระตุกมุมปาก เลือดซึมออกจากรอยเย็บทันที
จิ่วซานซานรับลูกอมมา พอหญิงชุดแดงเห็นว่าเธอรับไว้แล้วก็เตรียมชักมือกลับและจากไป
ฝ่ามืออุ่น ๆ ทาบลงบนหลังมือ จิ่วซานซานก้มลงค้นลิ้นชัก หยิบผ้าพันแผลออกมาม้วนหนึ่ง แล้วค่อย ๆ พันรอบข้อมือให้มัน
เธอยัดผ้าพันแผลที่เหลือใส่มือมัน แล้วส่งสัญญาณให้เก็บไว้ดี ๆ
“แผลสดขนาดนี้ ดูก็รู้ว่าเพิ่งคว้านเองเมื่อกี้ คราวหน้าคว้านเสร็จแล้วก็อย่าลืมพันแผลให้ดีด้วยนะ”
แผลนี้น่ากลัวเกินไป ตอนพันแผลเธอแทบไม่กล้ามองเลย
หญิงชุดแดงดูเหมือนกำลังทำความเข้าใจสิ่งที่เธอพูด สุดท้ายก็พยักหน้า กำผ้าพันแผลไว้แล้วลอยจากไป
พอเห็นมันจากไป จิ่วซานซานก็เปิดกระจกขึ้นมา
เธอจ้องเครื่องสำอางที่แต่งไว้บนหน้า แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองดูเหมือนตัวตลก
แต่จะให้เธอกรีดหน้าตัวเองสักสองสามแผล หรือไม่ก็ควักลูกตาออกมาเลยงั้นเหรอ!
ไม่ได้ ๆ แค่คิดถึงภาพนั้นเธอก็กลัวแล้ว
ห้องเวรนี่ก็เย็นยะเยือกชะมัด
เธอหดตัวเข้าหากัน หยิบผ้าห่มผืนเล็กจากตู้มาคลุมตัว
เหลืออีก 10 นาทีก็จะสี่ทุ่มแล้ว อาชีพหาเงินของเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้น!
