เย่ไป๋รู้สึกมึนงงอยู่พักหนึ่ง จับต้นชนปลายความสัมพันธ์นี้ไม่ถูกเลยว่าตกลงเป็นอย่างไรกันแน่
สวี่ชิงเฟิงจ่ายเงินซื้ออาหารทะเลจากเย่ไป๋ แล้วนำไปขายต่อให้เสวียเหมิงในราคาสูง เงินที่ได้มาก็เอาไปใช้หนี้ทั้งหมด
ถ้าพูดตามหลักแล้ว เงินทุกบาททุกสตางค์สุดท้ายก็เข้ากระเป๋าเย่ไป๋
พูดอีกอย่างก็คือ แกะในคอกไม่ได้ถูกคนอื่นรีดขน แต่มีแกะตัวหนึ่งวิวัฒนาการจนเรียนรู้วิธีตัดขนแกะตัวอื่น ช่วยให้เย่ไป๋ไม่ต้องลงแรงเอง
หลายเรื่องพอลองเปลี่ยนมุมคิด ก็จะได้ข้อสรุปที่มีเหตุผลขึ้น
[หลอกตัวเองนี่นายถนัดจริง ๆ]
หลังจากเย่ไป๋เรียบเรียงเหตุผลจนเข้าใจ เขาก็จัดการอาหารทะเลบนแผงบาร์บีคิวจนเกลี้ยง จากนั้นเดินมาที่ริมทะเลสาบแล้วนั่งลงข้างตะกร้าใส่ปลา
เย่ไป๋หักหญ้าหางหมามาก้านหนึ่งแล้วคาบไว้ในปาก
“พี่ ต่อไปทำอะไรดี?”
เซียวเหยามองผิวน้ำอย่างจริงจังแล้วตอบว่า
“รอ”
เย่ไป๋ถามต่อ “รออะไร?”
เซียวเหยาตอบตรง ๆ “รอให้อาจารย์ปีนขึ้นไปบนเขาลูกนั้น”
ตามแผนของเซียวเหยา อิ่งเก้าจะขึ้นไปถึงยอดเขาและได้ของที่ต้องการ
จากนั้นเซียวเหยาจะลงมือรับมือเทพมารผู้แข็งแกร่งที่สุด
ต่อมาเย่ไป๋จะก้าวข้ามเส้นนั้นไป แล้วบรรลุเป็นจอมพลัง
ส่วนอู๋เหินจะลงมือเมื่อไรนั้น
เซียวเหยาไม่ได้คำนวณไว้
การคำนวณพฤติกรรมของจอมพลังแห่งมนุษยชาตินั้นไร้ความหมาย
เพราะพวกเขาคือผู้ที่ควบคุมชะตาของตนเองได้อย่างแท้จริง
สำหรับพวกเขา การทำนายชะตาเป็นโจทย์ที่ตั้งขึ้นมาอย่างผิดพลาด
