คนที่ลงมือคืออู๋เหินงั้นหรือ?
พอได้ยินเช่นนั้น เย่ไป๋ก็ชะงัก สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นพิกลในพริบตา
พี่รองทำอะไรเนี่ย ตีกับตัวเองหรือไง?
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยข้อสงสัย เย่ไป๋ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามก่อน
ในเมื่ออู๋เหินเป็นฝ่ายพูดถึงเรื่องนี้กับเขา ก็ต้องเล่าจนจบแน่
จอมพลังแห่งมนุษยชาติไม่ได้มีนิสัยชอบพูดเป็นปริศนา ยกเว้นอิ่งเก้าคนหนึ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น อู๋เหินเป็นนักกระบี่มาตลอด พูดจาตรงไปตรงมา ไม่ชอบอ้อมค้อม
“นายอยากเรียนท่าค้ำฟ้าที่ถล่มมาตลอดไม่ใช่หรือ?”
จู่ ๆ อู๋เหินก็เปลี่ยนหัวข้อ แล้วพูดต่อว่า
“หลังจากวันนี้ ฉันจะสอนวิธีใช้ท่าค้ำฟ้าที่ถล่มแบบที่สามให้นาย”
วิธีใช้สองแบบแรกของท่าค้ำฟ้าที่ถล่มล้วนเป็นการล็อกพลังชีวิต เพียงแต่ข้อจำกัดในการล็อกพลังชีวิตต่างกัน
เย่ไป๋เคยได้ยินว่าท่าค้ำฟ้าที่ถล่มมีวิธีใช้ทั้งหมดสี่แบบ
แบบที่สามน่าจะเป็นสิ่งที่อู๋เหินคิดค้นขึ้น
ส่วนแบบที่สี่ หากเย่ไป๋จำไม่ผิด หลานเจ๋อเซียนเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเอง
ดูพรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่ของคนอื่นสิ แล้วค่อยดูของเสวียเหมิง!
ขายหน้าชะมัด!
เย่ไป๋อ้าปากเหมือนจะพูด แต่ก็หยุดไป เขาอยากถามว่าเมื่อครั้งนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่
สุดท้ายก็ยังถามออกไปจนได้
ไม่ใช่เพราะเขาอยากรู้อยากเห็น แต่เย่ไป๋จำเป็นต้องเข้าใจอดีตเสียก่อน ถึงจะคิดหาทางช่วยพี่รองได้
อู๋เหินพยายามเรียบเรียงคำพูด
“ช่างเถอะ อธิบายไปก็ยุ่งยาก”
อู๋เหินหยุดเดินกะทันหัน แล้วยกมือขวาขึ้น
ท่าทางของเขาเหมือนกำลังโบกรถแท็กซี่อยู่ข้างทาง
ภาพตรงหน้าเย่ไป๋พร่าเลือน ม้าขาวตัวหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
