เรื่องราวของจอมพลังมนุษยชาติดำเนินมาถึงตรงนี้ ก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
มีหลายเรื่องที่อยากพูด โชคดีที่ยังมีเวลาอีกมาก ค่อย ๆ คุยกันได้
ก่อนอื่น ขอชี้แจงความเข้าใจผิดอย่างหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ผมเคยบอกว่าเรื่องหน้าอยากเขียนเส้นทางการผงาดขึ้นของจอมพลัง ทำให้ผู้อ่านหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นภาคต่อของเรื่องนี้
ไม่ใช่แบบนั้น
เรื่องราวของหนังสือเล่มหนึ่งก็ควรจบลงในหนังสือเล่มนั้น แค่นี้ก็พอแล้ว
พูดตามตรง ผมแค่ชอบคำเรียกอย่าง[จอมพลัง]เท่านั้น
เรื่องราวของจอมพลังทั้งเก้ารุ่นเล่าจบลงในวันนี้แล้ว ความแค้นและบุญคุณทั้งหลายในเรื่องนี้ก็จบลงในเล่มนี้
มีต้นมีปลาย เริ่มต้นดีและจบลงอย่างสมบูรณ์
สำหรับเรื่องหน้า ความตั้งใจเดิมของผมคือเขียนเส้นทางไร้เทียมทานของผู้แข็งแกร่งที่ผงาดขึ้นมา
ไม่ใช่การผงาดขึ้นแบบเย่ไป๋ แค่ก ๆ เรื่องนี้ทุกคนเข้าใจกันดีอยู่แล้ว
แต่เป็นการผงาดขึ้นของผู้แข็งแกร่งแบบเสวียจิ่วกับอู๋เหิน ที่ก้าวผ่านเส้นทางนองเลือด ฟาดฟันขวากหนาม ล้างแค้นให้สาสม และผงาดอย่างไร้เทียมทาน
ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องราวต่อจากเรื่องนี้ ทั้งแนวเรื่อง ตัวละคร และเนื้อเรื่องจะมีอะไรใหม่ ๆ ผมจะลองเขียนสิ่งที่ไม่เคยเขียนมาก่อนดู
เข้าใจตรงกันแล้วนะ
ทีนี้กลับมาคุยเรื่องสำคัญของหนังสือเล่มนี้กัน
ก่อนหน้านี้เคยเล่าโครงเรื่องและแผนงานให้ฟังคร่าว ๆ หลายครั้ง แต่แผนคนสู้ฟ้าลิขิตไม่ได้ แก้แล้วแก้อีก เย็บตรงนั้นปะตรงนี้ สุดท้ายก็เขียนมาถึงวันนี้
ผมรู้ว่าผู้อ่านหลายคนไม่พอใจ หรือถึงกับมีคำตำหนิที่ผมตัดเนื้อหาจากเดิม 3 ล้านคำเหลือ 2 ล้านคำ
ความจริงคือไม่ว่าจะจบตอนไหน ก็ไม่มีทางทำให้ทุกคนพอใจได้ ผมทำได้แค่หาจุดจบให้เรื่องราวภายในขอบเขตความสามารถของตัวเอง
ขออธิบายเพิ่มอีกหน่อย
ภาพรวมของเรื่องนี้มีจังหวะค่อนข้างสนุกครื้นเครง ทั้งการเล่นมุก การหักมุม และการเติมความสามารถต่าง ๆ เข้ามา
ถึงจะมีช่วงที่บีบหัวใจอยู่สองสามครั้ง
แต่โทนโดยรวมก็ยังสนุกครื้นเครง รวมถึงตอนจบที่เป็นบทสรุปสุขสันต์พร้อมหน้าพร้อมตาแบบแสนธรรมดา
ความตั้งใจแรกเริ่มในการเขียนหนังสือก็แน่นอนว่าเพื่อหาเงิน
ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องนี้ พูดออกมาตรง ๆ ได้เลย
