ฉางป่านพัว?
เสวียเหมิงสงสัยอยู่บ้าง ดาวสีน้ำเงินมีสถานที่แบบนี้ด้วยหรือ?
ไม่นานเขาก็ได้สติ โกรธจนแทบระเบิด ตะโกนว่า
“เกินไปแล้วนะ!”
จะใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้ได้ยังไง?!
เสวียเหมิงยอมสู้กันให้ตายไปข้าง ยังดีกว่าหนีเอาตัวรอดแบบนี้!
“เอาละ เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ”
หลังหนีออกจากวงล้อมมาได้ เย่ไป๋ก็ใจเย็นลงไม่น้อย
“ฉันไม่คิดบัญชีกับนายก็ดีแค่ไหนแล้ว”
อู๋เหินฝากเสวียเหมิงมาบอกเรื่องนี้ แต่เสวียเหมิงดันเก็บไว้พูดเป็นอย่างสุดท้าย
เห็นได้ชัดว่า
นี่ไม่ใช่ความคิดของเสวียเหมิง
น่าจะเป็นแผนของอู๋เหิน
เย่ไป๋ไม่จำเป็นต้องถือสาเด็กกว่า
เสวียเหมิงเล่นงานเขาครั้งหนึ่ง เขาก็เล่นงานเสวียเหมิงคืนครั้งหนึ่ง ถือว่าเจ๊ากัน
เห็นแก่ที่เสวียเหมิงเสี่ยงชีวิตไปเก็บต้นไม้ทองคำกลับมา เย่ไป๋ก็พอจะยอมรับได้
ไม่อย่างนั้น ด้วยนิสัยของเย่ไป๋ ยังไงก็ต้องรีดอะไรจากเสวียเหมิงมาบ้าง
เสวียเหมิงเองก็เข้าใจเรื่องนี้ พลันอารมณ์ดีขึ้นมา
ไม่ขาดทุน!
เสวียเหมิงยังไม่ทันเอ่ยปาก
เย่ไป๋ก็ถามกลับว่า
“นายแปลงร่างได้ประมาณกี่ปีครั้ง?”
เสวียเหมิง:???
เกินไปแล้วนะ!
นายคิดจะเอามันมาใช้เป็นสกิลปกติหรือไง?
แปลงร่างบ้าบออะไร ถุย!
เสวียเหมิงใช้สมองอันชาญฉลาดของตัวเอง คิดตัวเลขหนึ่งขึ้นมาแล้วตอบว่า
“สักสามสิบกว่าปีมั้ง”
แค่ฟังก็รู้แล้วว่าตัวเลขนี้เชื่อถือไม่ได้
เย่ไป๋รู้ดีว่า ถ้าไม่ถึงคราวจำเป็นจริง ๆ เสวียเหมิงไม่มีทางยอมแปลงเป็นม้าดุแน่
เพราะว่า
ใคร ๆ ก็รู้
ม้าดุไม่ทำงาน
แต่ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์คับขันถึงขั้นชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ต่อให้เย่ไป๋ไม่เอ่ยปาก เสวียเหมิงก็จะลองเอง
