ได้ยินคำพูดของจางฟาน ไป๋หลูก็รู้สึกว่าตัวเองบุ่มบ่ามเกินไป ดื่มเหล้าอยู่ที่บ้าน พออาศัยแรงเมา เสื้อผ้าก็ยังไม่ทันเปลี่ยนก็วิ่งออกมาแล้ว
หล่อนรีบกวาดตามองซ้ายขวา ก่อนจะพุ่งเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว
“พี่ลู่ลู่ เชิญนั่งครับ”
พอไป๋หลูนั่งลงบนโซฟา จางฟานแค่เหลือบมองหล่อน หัวใจก็พลันปั่นป่วนขึ้นมา
ชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวสะท้อนแสงไฟ เผยให้เห็นผิวเนียนขาวราวหิมะที่ซ่อนอยู่ราง ๆ
ไหปลาร้าเย้ายวนกับบ่าขาวผ่องเปลือยออกมา ส่วนทรวงอกอวบอิ่มด้านล่างก็ยังสะดุดตาไม่เปลี่ยน
ชุดนอนสั้นมาก ขาเรียวงามขาวผ่องสองข้างแกว่งไหวจนชวนให้ตาพร่า เท้าเล็กที่สวมรองเท้าแตะคีบช่างงดงามราวกับสลักเสลาอย่างประณีต จนแทบอยากประคองไว้ในฝ่ามือแล้วลูบไล้อย่างทะนุถนอม
จางฟานมองจนร่างกายมีปฏิกิริยาที่ไม่ควรเกิดขึ้น เขารีบท่องเตือนตัวเองในใจ
“สิ่งไม่ควรมองก็อย่ามอง สิ่งไม่ควรมองก็อย่ามอง สิ่งไม่ควรมองก็อย่ามอง...”
ระหว่างท่องเตือนตัวเอง เขาก็รีบเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำเสาวรสแช่เย็นออกมาหนึ่งเหยือก
เขารินใส่แก้วของตัวเองก่อน แล้วยกดื่มรวดเดียวเพื่อสงบจิตใจที่ปั่นป่วน จากนั้นจึงกลับเข้ามาในห้องแล้วรินให้ไป๋หลูอีกแก้ว
“พี่ลู่ลู่ ดื่มน้ำหน่อยครับ”
ไป๋หลูเพิ่งยกแก้วขึ้น ก็ได้กลิ่นหอมหวานพุ่งเข้าจมูก ชวนให้รู้สึกสดชื่นและชุ่มชื่นหัวใจ
ในหมู่บ้านมีหลายบ้านปลูกเสาวรส บ้านหล่อนก็ปลูกไว้บ้าง แต่ไม่เคยได้กลิ่นหอมเข้มข้นขนาดนี้มาก่อน
หล่อนอดไม่ได้ที่จะจิบเบา ๆ คำหนึ่ง
ทั้งหอมทั้งหวาน!
