เมื่อได้ยินคำพูดของเก่อเมิ่งในช่วงแรก เหล่าศิษย์ที่อยู่ในขั้นฝึกฝนขั้นบรรลุธรรมอริยะห้าหนักขึ้นไป ต่างมีสีหน้าตื่นเต้นดีใจ บางคนถึงกับแทบรอไม่ไหวที่จะตามไปยังหุบเขากักขังเร้นลับด้วยแล้ว
การกำจัดสิ่งชั่วร้าย ธำรงคุณธรรม กอบกู้ความเป็นธรรม ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขารอคอยและใฝ่ฝันมาตลอด
เดิมทีพวกเขาคิดว่า อย่างน้อยต้องรอจนกว่าจะได้เป็นศิษย์ลานหัวกะทิถึงจะได้โอกาสนี้ แต่ไม่คิดว่าแค่เพิ่งเข้ามาสถาบันมังกรบูรพา ยังเป็นศิษย์ใหม่อยู่ ก็ได้รับโอกาสนี้เสียแล้ว
ชั่วขณะนั้น พวกเขารู้สึกราวกับว่าโชคชะตาเข้าข้างตน
แต่พอฟังคำพูดของเก่อเมิ่งในช่วงหลัง สีหน้าตื่นเต้นของพวกเขาพลันจางหายไปในบัดดล
หลายคนเผยสีหน้าลังเล ใจเริ่มถอดถอยขึ้นมา
พวกเขารู้ดีว่าตัวเองมีฝีมือแค่ไหน หากต้องเผชิญกับวิญญาณชั่วร้ายที่มีวรยุทธ์ขั้นบรรลุเซียนและขั้นบรรลุจักรพรรดิ พวกเขาก็คงไม่มีทางสู้ คงได้แต่ปล่อยให้มันเชือดเนื้อเถือหนังตามใจชอบ
พวกเขายังหนุ่มยังแน่น อุตส่าห์สอบเข้าสถาบันมังกรบูรพามาได้ หนทางเบื้องหน้ายังอีกยาวไกล ไม่อาจมาพลาดท่าเสียทีเอาตอนนี้
เก่อเมิ่งและคนอื่น ๆ มองเห็นความหวาดกลัวในแววตาคนพวกนั้น ก็พากันส่ายหน้าน้อย ๆ แต่ก็เข้าใจการตัดสินใจของพวกเขา
เก่อเมิ่งจึงกล่าวต่อว่า
“ย่อมเป็นธรรมดาว่า จะให้พวกเจ้าไปตามลำพังย่อมไม่ได้ ข้ากับท่านรองเจ้าสกุลจะเดินทางไปกับพวกเจ้าด้วย พวกเราจะใช้พลังทั้งหมดปกป้องพวกเจ้า เพียงแต่หุบเขากักขังเร้นลับนั้นกว้างใหญ่ไพศาล วิญญาณชั่วร้ายก็มีมาก และมันยังมีนิสัยชอบล่อลวงจิตใจคน ดังนั้นพวกเราก็อาจมีเวลาที่ดูแลไม่ทั่วถึง จึงขอบอกไว้ก่อนว่า พวกเราไม่อาจรับประกันได้เลยว่าจะปกป้องพวกเจ้าให้กลับมายังสถาบันมังกรบูรพาได้อย่างปลอดภัย พวกเราบอกได้แค่ว่าจะใช้พลังทั้งหมดที่มีเท่านั้น”
