"รังแกท่านพี่ ก็คือรังแกตระกูลไป๋ของเรา ไม่เห็นตระกูลไป๋อยู่ในสายตา ท่านพี่วางใจเถิด พวกเราจะช่วยท่านอย่างแน่นอน ตอนนี้นางอยู่ที่ใด"
"มีพวกเจ้ายังไม่พอ ต้องเรียกคนมาเพิ่ม ท่านผู้อาวุโสทั้งหลายออกจากที่เก็บตัวหรือยัง"
ไป๋ฮ่าวสงชะงักฝีเท้า ขมวดคิ้วมองไปทางนั้น
เมื่อได้ยินแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลจะเมินเฉย เขาเดินเข้าไป
สือชูตามหลังเขา ร่างสูงใหญ่ของเขาบังนางไว้มิดชิด ไป๋ลั่วโจวและคนอื่นๆ จึงไม่เห็นนาง
พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้า หันไปเห็นว่าเป็นไป๋ฮ่าวสง ก็รีบกล่าวอย่างเคารพ "ท่านปู่"
ไป๋ฮ่าวสงเลื่อนสายตาไปยังไป๋ลั่วโจว เห็นเขาหน้าซีดเผือด มีบาดแผลบนใบหน้าที่ยังไม่ทันหายดี คิ้วก็ขมวดแน่นโดยไม่รู้ตัว "ใครเป็นคนตี"
ได้ยินดังนั้น ไป๋ลั่วโจวดีใจขึ้นมาในใจ
ท่านปู่คิดจะออกหน้าให้เขาหรือ
เขากำลังจะสาธยายเรื่องราววันนี้แบบเติมสีเติมไฟ ทันใดนั้น เสียงที่คุ้นหูจนทำให้เนื้อเจ็บดังมาจากด้านหลังไป๋ฮ่าวสง
"ข้าเอง"
ในพริบตา สายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปที่สือชู
สือชูเดินออกมาจากด้านหลังไป๋ฮ่าวสง เผชิญสายตาทุกคน ยิ้มบางๆ ให้ไป๋ลั่วโจว "เราได้พบกันอีกแล้ว"
ไป๋ลั่วโจวเห็นนาง ก็เหมือนแมวถูกเหยียบหาง กระโดดตัวลอย ชี้หน้านางพลางมือสั่นเทา
"ดีนัก หญิงไร้ยางอายอย่างเจ้า ยังกล้ามาถึงจวนตระกูลไป๋! คิดว่ามาถึงจวนตระกูลไป๋แล้ว บิดาข้าจะเป็นที่พึ่งให้เจ้าได้หรือ ข้าบอกเจ้าเลย ไอ้แก่นั่นนอนป่วยอยู่บนเตียง ครึ่งร่างจมดินไปแล้ว ช่วยอะไรเจ้าไม่ได้ เจ้าอย่าคิดแม้แต่จะได้สิ่งใดจากตระกูลไป๋!"
จากนั้นก็มองไปที่ไป๋ฮ่าวสงซึ่งยังตกตะลึงไม่ทันตั้งสติ
"ท่านปู่ เหตุใดท่านจึงอยู่กับอีนั่..."
ยังไม่ทันพูดจบ ร่างดำก็พุ่งผ่านหน้าไป เขายังไม่ทันเห็นว่าคืออะไร ก็ถูกตบดังฉาดเข้าที่ใบหน้าหลายฉาดเต็มๆ
"ไอ้สุนัขปากพล่อย กล้าด่าพี่สาวนายหญิงของข้าอีก ข้าจะฉีกปากเจ้า!"
เหม่ยหยาถึงจะตัวเท่าฝ่ามือ แต่แรงไม่น้อย ตบจนไป๋ลั่วโจวหน้าหันไปข้างหนึ่ง หน้าเต็มไปด้วยรอยตบสีแดงนับไม่ถ้วน
ตบเสร็จมันก็กลับไปที่บ่าของสือชู สองมือท้าวสะเอว ทำท่า "ไม่ยอมก็สู้กัน"
ไป๋ลั่วโจวตั้งสติได้ ดวงตาแดงก่ำ พุ่งเข้ามาจะสู้ตายกับเหม่ยหยา
"อ๊ากกก ข้าจะฆ่าเจ้า!"
เขาชกหมัด แต่หมัดถูกไป๋ฮ่าวสงคว้าไว้กลางอากาศ
ไป๋ลั่วโจวมองไป๋ฮ่าวสง "ท่านปู่!"
ไป๋ฮ่าวสงขมวดคิ้ว ตวาดเสียงกร้าว "ไอ้โง่ หุบปาก!"
ไป๋ลั่วโจว "???"
คนอื่นในลานบ้าน "???"
พวกเขามองไป๋ฮ่าวสงด้วยสายตาแปลกประหลาด แล้วก็มองสือชู
ท่านปู่กำลังปกป้องคนนอกหรือนี่
ไป๋ฮ่าวสงเอ่ยปากด้วยความโกรธที่อัดอั้น "เมื่อพวกเจ้าอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ข้าจะแนะนำให้รู้จัก นางคือคุณหนูห้าของตระกูลไป๋ น้องสาวของพวกเจ้า ไป๋สือชู"
คนพวกนั้นแข็งเป็นหินในทันใด มองสือชูอย่างไม่เชื่อสายตา
นางก็คือคนที่พลัดหลงอยู่นอกตระกูลกว่าสิบปี คนที่มีสายเลือดเดียวกับพวกเขาจริงๆ หรือ
สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นซับซ้อน
เมื่อสายตามองไปที่ดวงตาของสือชู ในใจก็แค่นหัวเราะเยาะ
ท่านปู่อุตส่าห์ตามหาจนเหนื่อยแทบตาย ได้เจ้าสิ่งนี้กลับมา
ดูอ่อนแอปวกเปียก แถมยังเป็นคนตาบอด
ก่อนหน้านี้ยังกังวลว่านางกลับมาจะมาแทนที่ซิงเอ๋อร์
ตอนนี้ดูท่าว่าพวกเขาคิดมากไปแล้ว
คนตาบอดเช่นนี้จะเทียบกับซิงเอ๋อร์ได้อย่างไร ดุจเมฆกับโคลนตม
ต่อหน้าไป๋ฮ่าวสง พวกเขาแต่งรอยยิ้มจอมปลอม "ที่แท้ก็คือน้องสาวสือชูนี่เอง เจ้ากลับมาได้เสียที พวกเรารอคอยเจ้ามานาน"
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ต่อไปนี้พวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว"
สือชูจ้องมองพวกเขา ไม่พลาดแววดูแคลนที่วาบผ่านในแววตา
นางยกยิ้ม ทันใดนั้นก็เกิดความสนใจอย่างแรงกล้า
ไป๋ฮ่าวสงไม่ทันสังเกตกระแสน้ำลึกที่หมุนวนอยู่ เขาหัวเราะร่า "ใช่แล้ว ต่อไปนี้พวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน มาเถอะ เสี่ยวชู ท่านปู่จะแนะนำให้รู้จัก..."
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ยกเว้นไป๋ลั่วโจว ล้วนเป็นคุณหนูคุณชายจากสาขาย่อย แต่เพราะพรสวรรค์โดดเด่น จึงถูกไป๋ฮ่าวสงจัดให้มาฝึกตน ศึกษาที่บ้านสายหลัก
เนื่องจากตระกูลไป๋ยึดถือผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ ดังนั้นพวกเขาถึงแม้เป็นสาขาย่อย แต่การปฏิบัติในตระกูลก็ไม่ได้ต่างจากไป๋ลั่วโจวและคนอื่นๆ ที่เป็นสายตรง แถมยังเหมือนไป๋ลั่วโจวและพวก ที่เรียกไป๋ฮ่าวสงผู้เป็นหัวหน้าตระกูลอย่างสนิทสนมว่าท่านปู่
สือชูสนทนาปราศรัยกับพวกเขาตามมรรยาท นับตั้งแต่ต้นจนจบ ไป๋ลั่วโจวมองนางด้วยสายตาประหลาดพิกล
ถึงจะเข้าใจแล้วว่าเป็นเขาเองที่เข้าใจนางผิด แต่นางตบตีเขา ทำให้เขาเสียหน้า บัญชีแค้นนี้ เขาไม่คิดจะปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆ
ข้าไป๋ลั่วโจว เป็นถึงท่านชายใหญ่ ตั้งแต่เล็กจนโตยังไม่เคยถูกข่มเหงถึงเพียงนี้!
ไป๋ฮ่าวสงถึงแม้จะไม่ทราบเรื่องระหว่างไป๋ลั่วโจวกับสือชูว่ามีอะไรกันแน่ แต่ฟังจากคำพูดของไป๋ลั่วโจว ก็พอจะเดาได้ เขาตบไปที่ท้ายทอยของไป๋ลั่วโจวอย่างไม่ปรานี สุ้มเสียงเย็นชา "ขอโทษน้องสาวเจ้าเดี๋ยวนี้!"
ไป๋ลั่วโจวไม่ยอม "ทำไมเล่า ถึงข้าจะเข้าใจผิดเรื่องตัวตนของนาง แต่นางก็ตีข้าเหมือนกัน ข้าตั้งแต่เล็กโตมายังไม่เคยถูกข่มเหงถึงเพียงนี้ จะให้ขอโทษ ก็ต้องให้นางขอโทษข้าก่อน!"
"เจ้าหนูนี่ คันหนังแล้วใช่ไหม!" ไป๋ฮ่าวสงเห็นท่าทางไร้ยางอายของเขา ก็โกรธจนปรี่จะลงมือ
ไป๋ลั่วโจวกระโจนหนีโดยสัญชาตญาณ เสียงไม่พอใจดังลิบๆ มาแต่ไกล
"ท่านปู่ ท่านลำเอียง ข้าจะไปให้ซิงเอ๋อร์น้องสาวข้าตัดสินให้!"
"แล้วเจ้า สือชู อย่าได้ทะนงตนนัก ถึงเจ้าเป็นคนตระกูลไป๋ของเราแล้วจะทำไม ในตระกูลไป๋ ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคือน้องสาวซิงเอ๋อร์เสมอ เจ้าอย่าคิดว่ากลับมาแล้วจะสั่นคลอนตำแหน่งของนางได้ เจ้ากล้าตีข้า ข้าจะให้น้องสาวซิงเอ๋อร์สั่งสอนเจ้า ให้เจ้าได้รู้ว่ากฎของตระกูลไป๋คืออะไร!"
คำพูดนี้ ทำให้บรรยากาศรอบด้านเย็นยะเยือก
ไป๋ฮ่าวสงหน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดดังกร้อบแกร้บ เห็นได้ชัดว่ากำลังจะระเบิดโทสะ
คุณหนูคุณชายสาขาย่อยสองสามคนเห็นท่าไม่ดี ก็รีบหาเหตุขอตัวไป
ก่อนไป พวกเขามองสือชูด้วยสายตาชวนสังสัย
วันต่อจากนี้ คงจะสนุกไม่น้อย
หวังว่านางจะทนเล่นได้ ไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง
พอรอบข้างเงียบลง ไป๋ฮ่าวสงสูดลมหายใจลึก พยายามบังคับรอยยิ้ม
"เสี่ยวชู อย่าใส่ใจคำพูดของท่านพี่ใหญ่ของเจ้าเลย อีกประเดี๋ยวท่านปู่จะอบรมสั่งสอนเขา"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง เม้มริมฝีปากแน่น แล้วเอ่ยอย่างลังเล "เรื่องพี่สาวของเจ้า ไป๋โยวซิง..."
สือชูฟังเงียบๆ ไม่ขัดไป๋ฮ่าวสง
เขาถอนหายใจ "เรื่องครั้งนั้นล้วนเป็นความผิดของสามป้าผู้เป็นอาสามของเจ้า ทั้งเจ้าและซิงเอ๋อร์ต่างก็บริสุทธิ์ ไม่ว่าอย่างไร ซิงเอ๋อร์ก็เป็นเด็กที่ท่านปู่เฝ้ามองดูจนเติบใหญ่ นางถึงจะไม่มีสายเลือดตระกูลไป๋ แต่สำหรับท่านปู่ นางก็คือหลานสาวของข้า ดังนั้น ท่านปู่หวังว่าพวกเจ้าสองคนจะอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง"
"ถ้าข้ากับนางมีเรื่องขัดแย้งกันเล่า" สือชูเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองไป๋ฮ่าวสงอย่างตรงไปตรงมา
ไป๋ฮ่าวสงมองดูนาง ตอบทันทีโดยไม่ลังเล "เช่นนั้นท่านปู่จะยืนอยู่ข้างเสี่ยวชู"
คำตอบที่เหนือความคาดหมาย ทำให้สือชูนิ่งอึ้ง
ไป๋ฮ่าวสงเห็นท่าทางเหม่อลอยของนาง ก็อดไม่ได้ที่จะลูบศีรษะนางเบาๆ
เสียงของเขาแฝงรอยยิ้ม "เสี่ยวชู ช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเจ้า ท่านปู่ไม่ได้อยู่ด้วย แต่วันข้างหน้า ถ้าท่านปู่อยู่ด้วย ก็จะไม่ยอมให้เจ้าโดนข่มเหงเด็ดขาด เพราะข้าคือท่านปู่ของเสี่ยวชูอย่างไรเล่า"
ประโยคสุดท้าย ทำให้จมูกของสือชูร้อนผ่าว
ในที่สุดนางก็เปล่งเสียงเรียกว่าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลับบ้าน...
"ท่านปู่..."