ในเมื่อสือชูกล่าวว่าเหยียนเฉินจิ่น ฉู่เจวี๋ยเหิง และพวกเขาสามารถทำได้ เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องทำได้อย่างแน่นอน
และพวกเขาก็จะต้องฝ่าภัยสำเร็จเช่นกัน!
เมื่อทราบว่าเวลาที่สือชูและพวกจะอยู่ในสามพันแคว้นเหลือเพียงครึ่งปี ไป๋ฮ่าวสงและไป๋โยวซิงไม่ว่าอย่างไรก็ต้องการให้สือชูใช้เวลาครึ่งปีนี้อยู่ที่ตระกูลไป๋เป็นเพื่อนพวกเขา
พวกเขาล้วนรู้ดีว่า เมื่อสือชูจากสามพันแคว้นไปแล้ว เวลาที่พวกเขาจะได้พบนางอีกครั้งนั้นอีกนานแสนนาน
และหลังจากที่พวกเขาจากสามพันแคว้นไปแล้ว ก็จะไร้ซึ่งข่าวคราว
เพราะข้อจำกัดของภพภูมิ พวกเขาจะไม่มีทางติดต่อนางได้อีก และจะไม่มีทางรู้ว่าสภาพการณ์ของนางในอีกภพภูมิเป็นเช่นไร
ดังนั้นทุกวันที่พวกเขาจะได้อยู่กับนางต่อจากนี้ล้วนมีค่ายิ่ง
ม่อซาได้ยินคำพูดของไป๋ฮ่าวสงและไป๋โยวซิงก็รีบส่งสัญญาณให้คนข้างกายทันที
พวกเขาเข้าใจในทันใด จึงมาอยู่ตรงหน้าสือชู แย่งชิงตัวนางกับไป๋ฮ่าวสงและไป๋โยวซิง โดยกล่าวว่าสือชูไม่ได้กลับไปดูชีพจรมารซีหลิ่งนานแล้ว ในเมื่อใกล้จะจากสามพันแคว้นไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ควรกลับไปยังชีพจรมารซีหลิ่ง สถานที่ที่นางเติบโตมา เพื่ออยู่เป็นเพื่อนผู้อาวุโสที่เฝ้าดูนางเติบโต เช่นท่านปู่พฤกษา
ครั้งนั้นคือท่านปู่พฤกษาที่นำสือชูซึ่งร่อแร่ใกล้ตายไปยังห้วงต้องห้ามปีศาจสิบประการ วิงวอนให้พวกมารร้ายผู้ยิ่งใหญ่ช่วยนาง
ดังนั้นหลังจากที่สือชูเติบใหญ่ขึ้น จึงสนิทสนมกับท่านปู่พฤกษามาโดยตลอด
ในใจของนาง ท่านปู่พฤกษาก็ไม่ต่างจากปู่แท้ ๆ
เมื่อเห็นพวกเขาโต้เถียงกันไม่หยุด สือชูจึงขัดจังหวะว่า “ข้าจะผลัดกันไป”
สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจว่า เดือนแรกสือชูจะอยู่ที่ตระกูลไป๋ เดือนที่สองสือชูจะอยู่ที่ชีพจรมารซีหลิ่ง ผลัดกันไปเช่นนี้ จนกว่าฮวาชิงอิ่งกับพวกจะออกจากฌาน
