หลังขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ทั้งหลายเลิกประชุม ต่างก็กลับจวนไปเรียกบรรดาคนรุ่นหลังของตระกูลมา แต่เดิมยังคิดอยู่ว่าจะเกลี้ยกล่อมคนหนุ่มเหล่านี้ให้ออกไปเปิดหูเปิดตาอย่างไรดี ทว่าพอเอ่ยถึงเรื่องที่องค์หญิงฉางหนิงหมายตาหนุ่มตระกูลหวงผู้นั้น และเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองกว่างหลิงโจวซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตราย คนรุ่นหลังก็แทบนั่งไม่ติด แสดงความกระตือรือร้นยิ่งกว่าผู้ใด ต่างพากันมุ่งหน้าไปยังจี้โจวเพื่อ “ถวายอารักขา”!
แม้ตอนนี้จี้โจวจะค่อนข้างอันตราย แต่เมื่อเทียบกับการถูกนางมารร้ายหมายตาแล้ว นับเป็นอะไรได้!
ต่อให้เสี่ยงอันตราย อย่างมากก็แค่ตาย แต่หากถูกนางมารร้ายหมายตา ต่อให้ตายไปก็ยังรักษาความบริสุทธิ์ไว้ไม่ได้
คำโบราณกล่าวไว้ดีว่า ตั้งแต่โบราณมาใครบ้างไม่ตาย ขอฝากความบริสุทธิ์ไว้ในโลกหล้า หนุ่มตระกูลหวงผู้นั้นจะเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด!
ในช่วงหลายวันถัดมา คุณชายจากตระกูลใหญ่กว่าครึ่งในเมืองหลวงต่างพากันออกจากเมืองหลวง จนสถานเริงรมย์ทั่วเมืองหลวงเงียบเหงาไปกว่าครึ่ง บรรดาเจ้าของที่อยู่เบื้องหลังขาดทุนจนแทบไม่เหลืออะไรติดตัว
“ท่านพ่อ”
“ท่านปู่ทวด”
หรงกั๋วกงพาบุตรชายสองคนกลับจวน บุตรธิดาคนอื่น ๆ ต่างพาหลาน ๆ มาคารวะ
“...เจ้าห้า เจ้ารู้เรื่องหนุ่มที่องค์หญิงฉางหนิงหมายตาผู้นั้นมากเพียงใด?”
หรงกั๋วกงนั่งลง ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองบุตรชายคนที่ห้า
ตอนนั้นเขาเพิ่งรู้ว่าองค์หญิงฉางหนิงหมายตาคนธรรมดาคนหนึ่งซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ของญาติห่าง ๆ ในตระกูล จึงให้บุตรชายไปสืบดูเล็กน้อย เขาไม่ได้รู้รายละเอียดมากนัก อย่างไรเสียก็เป็นเพียงญาติห่าง ๆ ธรรมดาที่ไร้วรยุทธ์ ในเมื่อองค์หญิงฉางหนิงหมายตา จะพาตัวไปก็แล้วแต่นาง
