บนรถม้า
“ค่อย ๆ กิน ที่นี่มีน้ำ”
เด็กหนุ่มคนนี้หิวจริง ๆ แผ่นแป้งย่างแข็งโป๊กกินรวดเดียวไปถึงเก้าชิ้น หวงจวิ้นเซิงจึงยื่นน้ำให้เขา
“อึก ๆ ๆ...”
“เอิ๊ก...! สบายท้องแล้ว! พี่รองก็รู้ ข้าไม่ได้กินอิ่มมาครึ่งปีแล้ว”
หวงจวิ้นซีเรอเสียงยาวอย่างอิ่มหนำ ก่อนตบพุงพลางเอ่ยอย่างสบายใจ
“ทีนี้เล่าเรื่องของเจ้ามา ไม่ใช่หนีงานแต่งหรือ เหตุใดถึงกลายเป็นหนีภัยพิบัติไปได้?”
หวงจวิ้นเซิงผงกศีรษะเป็นเชิงให้เขาเริ่มเล่า
“เฮ้อ! ก็เพราะท่านปู่ทวดเล็กนั่นแหละ ท่านปู่ทวดเล็กไปสู่ขอบุตรสาวของคนขายเนื้อแซ่โจวในเมือง เดิมทีใกล้จะได้แต่งงานกันอยู่แล้ว ใครจะรู้ว่าท่านปู่ทวดเล็กดันไปหลังเขา แล้วถูกหมูป่าขวิดเข้า แม้ตัวจะไม่เป็นไร แต่ก็กลายเป็นคนขาเป๋ บุตรสาวของคนขายเนื้อแซ่โจวจะยินดีได้อย่างไร ต่อมาบ้านคนขายเนื้อแซ่โจวมาขอถอนหมั้น บ้านท่านปู่ทวดเล็กก็ยินยอม”
เมื่อพูดถึงเรื่องของตน หวงจวิ้นซีถอนหายใจอย่างหนักหน่วง
“นี่ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ แล้วต่อมาเล่า?”
หวงจวิ้นเซิงพยักหน้า
ท่านปู่ทวดเล็กที่น้องชายลูกพี่ลูกน้องพูดถึง แม้จะมีลำดับอาวุโสสูง แต่แท้จริงแล้วอายุน้อยกว่าเขาถึงสองปี อายุไล่เลี่ยกับหวงจวิ้นซี ตั้งแต่เด็กก็คลุกคลีกับพวกพี่น้องของเขา ทว่าลำดับอาวุโสของท่านปู่ทวดเล็กสูงเกินไป แม้แต่ลุงใหญ่ของเขาพบเข้า ก็ยังต้องเรียกขานอย่างนอบน้อม
ไม่มีใครอยากแต่งกับคนขาเป๋ อีกฝ่ายยังไม่ได้แต่งงาน การขอถอนหมั้นก็สมเหตุสมผลแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น บ้านท่านปู่ทวดเล็กก็ยินยอม เขาจึงยังนึกไม่ออกว่ามีปัญหาตรงไหน
