“อาเซิง มีคนถูกแขวนไว้หน้าประตูอีกแล้ว”
หวงจวิ้นข่ายกลับมาถึงเรือนหลังพอดี เห็นลูกพี่ลูกน้องกำลังบริหารกล้ามเนื้อหน้าอก จึงเอ่ยขึ้น
“อืม... ครอบครัวของพวกเขาไม่ได้มาหาเรื่องใช่ไหม?”
หวงจวิ้นเซิงมีท่าทีชินชา
ช่วงแรก ๆ ครอบครัวของคนที่ถูกแขวนไว้หน้าประตูยังพากันมาหาเรื่อง พร่ำบอกว่าคนในบ้านถูกใส่ร้าย แล้ววิงวอนให้ใต้เท้าผู้ทรงธรรมอย่างเขาช่วยตัดสินให้ความเป็นธรรม
ตอนที่เขาสอบปากคำ คนที่ถูกแขวนไว้หน้าประตูเหล่านั้นยังปากแข็งในตอนแรก แต่ภายหลังคนที่เคยถูกพวกมันรังแกเห็นว่าพวกมันหมดสภาพแล้ว จึงไม่กลัวอีกต่อไป พากันออกมาให้การทีละคน
บางคนถึงกับนำเครื่องมือที่พวกมันใช้ก่อเหตุออกมาเป็นหลักฐานด้วย
ทั้งพยานบุคคลและหลักฐานสิ่งของชัดเจนถึงเพียงนี้ ก็ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว เข้าไปนอนในคุกเสียเถอะ
“ยังไม่มีขอรับ”
หวงจวิ้นข่ายส่ายหน้า
“เช่นนั้นก็ดี คนชั่วย่อมมีคนชั่วด้วยกันจัดการ จับพวกมันโยนเข้าคุกไป ไม่ต้องสนใจ หากมีใครมาก่อเรื่อง ก็ให้เฉินไห่ไปหาคนสักสองสามคนมาชี้ตัวพวกมัน”
หวงจวิ้นเซิงบริหารกล้ามเนื้อหน้าอกไปพลางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
เหยื่อที่เกือบถูกทำร้ายเมื่อคืนเป็นหญิงม่ายคนหนึ่ง แม้เขาจะไม่เข้าใจว่าหญิงม่ายคนหนึ่งไม่ยอมนอนอยู่บ้านยามดึกดื่น แล้วออกมาข้างนอกคนเดียวทำไม แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความบริสุทธิ์และชื่อเสียงของนาง เขาคิดว่าอย่าดึงนางออกมาเปิดเผยจะดีกว่า เผื่อวันหน้านางยังคิดจะแต่งงานอีกเล่า?
“ขอรับ!”
หวงจวิ้นข่ายพยักหน้า
หลังอาหารเช้า กลางวันก็ไม่มีเรื่องอะไร ครอบครัวของคนเหล่านั้นก็ไม่ได้มาหาเรื่องข้างนอก คงเห็นว่าคนในบ้านถูกทำลายจนหมดสภาพแล้ว รู้สึกอับอายจึงไม่กล้าออกมาก่อเรื่องกระมัง
