กล่าวคือ วิชา【แปลงโฉมไร้ลักษณ์】เล่มนี้แทบไม่มีประโยชน์อะไรนัก นอกจากเปลี่ยนใบหน้าได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์แล้ว ก็ไม่ได้มีประโยชน์มากมายอะไร เขาเองก็ไม่มีทางเสี่ยงฝึกวิชานี้จนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ
เมื่อรวมกับวิชาหลอมกายที่ก่อนหน้านี้แลกให้ลูกพี่ลูกน้องไป
แลกหนึ่งได้สอง ดูเผิน ๆ เหมือนเขาจะได้กำไร แต่ก็เหมือนไม่ได้กำไรอยู่ดี
หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง เขาก็ค่อย ๆ ปรับใจให้สงบลง
ช่างมันเถอะ อย่างน้อยวิชาหลอมกายเล่มนั้นก็เป็นวิชาระดับปฐพี แถมวิชาเปลี่ยนใบหน้านี้เขาก็จำเป็นต้องใช้ ของจะมีค่าก็เมื่อมีความจำเป็นนี่แหละ...
........
นครหลวง
ขันทีใหญ่ในชุดคลุมมังกรอสรพิษสีแดงย่องมาหยุดด้านหลังจักรพรรดิไท่คัง ผู้กำลังก้มหน้าใช้พู่กันตวัดหมึกอย่างอิสระ เขายังคงประดับรอยยิ้มไว้บนใบหน้า แต่เมื่อเห็นสิ่งที่จักรพรรดิไท่คังเขียน สีหน้าก็แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนรีบเปลี่ยนเป็นแววตาชื่นชมอย่างยิ่ง
จักรพรรดิไท่คังเคลื่อนไหวกายตามใจ ปล่อยจิตไปตามความคิด ตวัดพู่กันอย่างอิสระจนเสร็จในรวดเดียว ราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
เมื่อเขียนเสร็จ พระองค์ก็วางพู่กัน มองตัวอักษร “บู๊” ที่บิดเบี้ยวบนกระดาษด้วยความชื่นชม แล้วพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
“มีธุระอันใด?”
จักรพรรดิไท่คังตรัสถาม หลังชื่นชมผลงานชิ้นเอกของตนเสร็จแล้ว
“ฝ่าบาท องค์หญิงฉางหนิงส่งข่าวมาว่า นางกับคุณชายตระกูลฟางและนายอำเภอหวยหย่วนพบคนกำลังฝึกวิชากุมารหยินหยาง บัดนี้องค์หญิงจับตัวคนผู้นั้นกลับไปสอบสวนที่สำนักฉินเทียนแล้ว ทั้งยังทราบว่าผู้บงการเรื่องนี้คือราชันธรรมกุมารมาร กระหม่อมกังวลว่าองค์หญิงจะตกอยู่ในอันตรายที่นั่นพ่ะย่ะค่ะ...”
