“องค์หญิง คนผู้นั้นปรากฏตัวแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งสองเดินเข้าไปในห้อง หญิงมารร้ายกลับมาเป็นคนเปิดเผยไม่สำรวมดังเดิม นางสวมเพียงชุดผ้าบางเบา นอนเอนกายอย่างเกียจคร้าน ไม่เห็นพวกเขาเป็นคนนอกเลยแม้แต่น้อย
หวงจวิ้นเซิงพูดไปพลางจ้องมองทิวทัศน์งดงามตรงหน้าไปพลาง
หญิงงามเพียบพร้อม บุรุษผู้ทรงคุณธรรมย่อมปรารถนา
ถึงจะกินไม่ได้ แค่มองให้ชื่นใจก็ยังดี
“งามหรือไม่?”
ฉางหนิงสังเกตเห็นสายตาของเขา แต่กลับไม่ถือสา นางยืดอกขาวผ่องอวบอิ่มเข้ามาใกล้เขาอย่างยั่วยวน
“งะ...งามพ่ะย่ะค่ะ”
กลิ่นหอมละมุนจากกายหญิงสาวที่จู่ ๆ ก็เข้ามาใกล้ ทำให้เขาใจลอยไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ
“อยากลองจับดูหรือไม่?”
ฉางหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ายวน
“ได้หรือพ่ะย่ะค่ะ...แค่ก ๆ! องค์หญิง คนผู้นั้นปรากฏตัวแล้ว เขาฝากสิ่งนี้มาให้ข้าน้อย”
ขณะที่เขากำลังจะยื่นมือเข้าไป จู่ ๆ ก็มีเจ้าตัวจิ๋วสีฟ้ากระโดดออกมาในห้วงความคิด ต่อสู้กับเจ้าตัวจิ๋วสีชมพูที่โผล่มาตั้งแต่เช้าอยู่สามร้อยกระบวนท่า สุดท้ายเจ้าตัวสีฟ้าก็หมุนตัวกลางอากาศเจ็ดรอบครึ่ง ก่อนเตะกลับหลังอย่างงดงามจนเจ้าตัวสีชมพูร่วงผล็อยลงไป สมองของเขาพลันปลอดโปร่งขึ้นทันที เมื่อเห็นสตรีตรงหน้าทำท่าอ่อนหวานน่าทะนุถนอม เขาก็สะดุ้งเฮือก รีบชักสายตากลับมา สวมหน้ากากสุภาพบุรุษอย่างเต็มที่ จากนั้นจ้องใบหน้างามล่มเมืองแฝงความยั่วยวน พลางล้วงเอาวิชาร่างกายส่วนแรกที่ตนคัดลอกไว้จากอกเสื้อออกมา
“ฮึ! เป็นบุรุษไร้ความกล้า”
ฉางหนิงค้อนเขาอย่างกระเง้ากระงอด ก่อนคว้าคัมภีร์ไปเปิดดู
ยิ่งอ่านเนื้อหา ดวงตาของนางก็ยิ่งเป็นประกาย แต่เมื่อกำลังจะพลิกไปหน้าถัดไป กลับพบว่าครึ่งหลังว่างเปล่า สีหน้าจึงชะงักค้างไปทันที
