หลังเล่าประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการจบ ฟางถงก็เริ่มเล่าเกร็ดลับในยุทธภพให้เขาฟังต่อ หวงจวิ้นเซิงฟังอย่างออกรสอยู่ข้าง ๆ แถมยังคอยเติมอารมณ์ร่วมให้เป็นระยะด้วยการแสดงสีหน้าสารพัดแบบ
“ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง แต่ห้ามไปบอกใครเด็ดขาด”
“อืม!” (⊙_⊙)!
“ได้ยินมาว่าเมื่อหลายสิบปีก่อน ประมุขสำนักจินกังฝึกวิชาจนเกิดความผิดพลาด ทำให้หยินหยางพลิกผัน จากชายกล้ามโต ร่างกำยำ กลายเป็นหญิงสาวอ้อนแอ้นที่มีขนหน้าอก”
“โอ้!” (⊙0⊙)!
“ยังมีอีกนะ”
“หืม?” (⊙_⊙)
“ได้ยินมาว่าหลิ่วจี้เฟิง ศิษย์เอกสายตรงของสำนักเลี่ยเหยียน แท้จริงแล้วเป็นลูกที่ประมุขสำนักเลี่ยเหยียนแอบมีสัมพันธ์กับอาจารย์หญิงของตนเมื่อครั้งกระโน้น ประมุขสำนักเลี่ยเหยียนคนก่อนถึงกับถูกพวกเขาทำให้โมโหจนตาย”
“โห! ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายเสียอีก!” (⊙o⊙)
“ยังมีอีก ๆ ประมุขสำนักเพียวเหมี่ยว ไป๋อวี่เยี่ยน เจ้ารู้จักใช่ไหม? ได้ชื่อว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งใต้หล้า แต่แท้จริงแล้วเป็นชาย ได้ยินมาว่าเขาเกิดมาเป็นชายแต่มีรูปโฉมเป็นหญิง หลังประมุขสำนักเพียวเหมี่ยวคนก่อนพบเข้าก็พากลับไปที่สำนัก ทั้งสองไม่ได้มีแค่ความสัมพันธ์อาจารย์กับศิษย์ แต่ยังมีเรื่องนั้นอีกด้วย...”
“โอ้!” (⊙0⊙)!
“ยังมีอีกนะ อย่าดูว่าที่วัดต้าฝอมีแต่พระสงฆ์เลย ความจริงเป็นแหล่งซุกซ่อนเรื่องชั่วช้าสารพัด หลายปีที่ผ่านมา สตรีที่อยู่รอบวัดต้าฝอมักหายตัวไปเป็นครั้งคราว ที่แท้ถูกพวกพระสงฆ์พาตัวไปทั้งนั้น”
“วงการของพวกท่านช่างวุ่นวายเสียจริง!” (⊙д⊙)!
“ยังมีอีก ๆ.........”
........
เช้าวันรุ่งขึ้น หวงจวิ้นเซิงเดินออกจากสำนักฉินเทียนด้วยสีหน้าเหม่อลอย หลังฟังเกร็ดลับในยุทธภพมาทั้งคืน ตอนนี้สมองของเขามึนงงไปหมด
