“ชายชู้ก็คือลูกชายคนโตของตระกูลอู๋ อู๋เชียน!”
“พรวด!”
“ชื่ออะไรนะ?”(⊙_⊙)?
หวงจวิ้นเซิงพ่นน้ำชาออกไปไกลสามจั้ง มองเขาด้วยสีหน้ามึนงง
“อู๋เชียนขอรับ ใต้เท้า มีอะไรหรือ?”(⊙_⊙)?
เจี่ยตงซวี่เห็นเขามีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้น ก็ได้แต่เกาหัวอย่างงุนงง
ก่อนหน้านี้ในค่ายโจร ใต้เท้าก็มีปฏิกิริยาแทบไม่ต่างกันตอนรู้ชื่อปลอมที่เขาใช้
“แค่ก ๆ... ไม่มีอะไร เจ้าพูดต่อสิ รู้ได้อย่างไรว่าชายชู้เป็นเขา?”
หวงจวิ้นเซิงปรับอารมณ์ให้สงบลง ก่อนส่งสัญญาณให้เขาพูดต่อ
“เมื่อคืนข้าพบคุณชายใหญ่จอมผลาญของตระกูลฟางที่หอเพียวหง ตอนนั้นเขาดื่มไปไม่น้อย กำลังคุยโวกับคนกลุ่มหนึ่ง ทั้งยังพูดถึงลูกสะใภ้ของตระกูลเจี่ยงด้วย เขาบอกว่าคืนหนึ่งกลับบ้านดึก แล้วเห็นคนสองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ตรงมุมตรอกด้านหลังจวนเจี่ยง เดิมทีเขาตั้งใจจะหลบดูเรื่องสนุก ใครจะคิดว่าคนทั้งสองกลับเป็นลูกสะใภ้ตระกูลเจี่ยงกับอู๋เชียน ลูกชายคนโตของตระกูลอู๋ ทั้งคู่ไม่รู้จักเลือกที่เสียเลย คืนนั้นก็ทำเรื่องกันอยู่ตรงมุมตรอกนั่น กว่าจะจากไปก็เกือบสว่าง เขายังบอกด้วยว่าเด็กในท้องของลูกสะใภ้ตระกูลเจี่ยงต้องเป็นลูกของอู๋เชียนแน่นอน”
เจี่ยตงซวี่กล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“อืม... เจ้าสืบไปถึงตรงนี้แล้วก็...”
“ใต้เท้า พ่อบ้านตระกูลฟางมาแจ้งความขอรับ คุณชายใหญ่ตระกูลฟางหายตัวไปแล้ว”
หวงจวิ้นเซิงเพิ่งจะเอ่ยปาก ก็มีมือปราบคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน ดูท่าทางรีบร้อนเช่นนี้ คงรับเงินจากพ่อบ้านตระกูลฟางมาไม่น้อยแน่
