เฟยอิ๋งคุ้นชื่อจานหนิงอยู่บ้าง เขาเป็นหนึ่งในเลขานุการของสำนักงานผู้บริหาร ความสามารถไม่เลว แถมยังรู้จักกาลเทศะ หลังเฟยอิ๋งเข้ารับตำแหน่งประธานบริษัท อีกฝ่ายก็รีบเข้ามาประจบเอาใจทันที
แต่ช่วงนี้ได้ยินมาว่าจานหนิงกำลังตามจีบหลินหยาฉี ลูกสาวของกรรมการหลิน
หลินหยาฉีไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย
ก็แค่คนที่ทะเยอทะยานเกินความสามารถเท่านั้น
ไม่คิดเลยว่าเขาจะไปพัวพันกับเมิ่งอู๋ได้
“อืม” เมิ่งอู๋สูดหายใจเข้าลึก ๆ ยกมือถูแก้ม ก่อนจะกลับมายิ้มได้ตามเดิม
เฟยอิ๋งขมวดคิ้ว คิดจะลุกขึ้นทันที “ไปกัน”
“หา?” เมิ่งอู๋ตกใจ “แต่ข้าวยังไม่ได้กินเลยนะ”
“ไม่กินแล้ว เปลี่ยนร้าน” เฟยอิ๋งก้าวฉับ ๆ ออกไป แล้วตรงไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ตกใจ แต่ก็ไม่ได้เก็บเงิน เมิ่งอู๋ยิ้มขอโทษ ก่อนรีบตามเฟยอิ๋งไป
เฟยอิ๋งชะลอฝีเท้าลง
“ขอโทษนะ ทำให้เสียอารมณ์กินข้าวเลย ฉันก็...” ไม่คิดว่าจะเจอจานหนิง
เมิ่งอู๋ตามมาทันแล้วเอ่ยขอโทษ
“เธอเป็นแบบนี้มาตลอดเลยหรือ” เฟยอิ๋งพูดขัดขึ้น
“หา?”
“เอะอะก็ขอโทษ” เฟยอิ๋งเอ่ย พลางหยุดเดินแล้วหันมามองเธอ “ถึงจะไม่ใช่ความผิดของเธอก็ยังขอโทษอย่างนั้นหรือ”
เขาไม่พอใจจริง ๆ แต่ไม่ใช่เพราะอารมณ์ตอนกินข้าวถูกทำลาย
แต่เพราะ ‘แฟนเก่า’ ต่างหาก
“แต่ แต่...”
“เธอเป็นคนวางแผนหรือเปล่า”
เมิ่งอู๋ส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัว
“นั่นไง” เฟยอิ๋งว่า “ไม่ใช่ความผิดของเธอ ก็อย่าเอาแต่ขอโทษสิ”
เฟยอิ๋งอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก
เขาเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ จึงรู้ดีว่าคนเราจะมีนิสัยอย่างเมิ่งอู๋ได้ สภาพแวดล้อมที่เติบโตมาคงไม่ได้งดงามนัก
มีทั้งพ่อแม่และน้องชาย แต่กลับกลายเป็นคนแบบนี้
ยากจะจินตนาการว่าเธออยู่ที่บ้านอย่างไร และต้องกล้ำกลืนความคับข้องใจไว้มากแค่ไหน
เมิ่งอู๋มองเขาอย่างงุนงง ยืนนิ่งเหม่อลอย ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
