นับแต่วันนั้นมา ทั้งสองคนก็ไม่พูดถึงเรื่องในวันนั้นอีก ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หวังเจิ้นออกไปสังสรรค์ทุกสุดสัปดาห์ตามปกติ บางครั้งกลับมาหลังดื่มเหล้า แต่ก็ไม่เคยเสียอาการเหมือนก่อนอีก
หลังหิมะตกครั้งหนึ่ง ตรอกด้านนอกก็ยิ่งคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ คนงานที่ออกไปทำงานข้างนอกพากันกลับมาหลายคน
ใกล้จะถึงปีใหม่อีกแล้ว
เหมือนปีก่อน เมิ่งอู๋บอกหวังเจิ้นแต่เนิ่น ๆ ว่าจะกลับบ้านเกิดไปฉลองปีใหม่ และเขาก็ตกลง
แต่เพียงคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าเธอหลายวัน บรรยากาศรอบตัวเขาก็มืดมนลงอย่างเห็นได้ชัด
วันที่ยี่สิบเก้าเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติ พอตื่นเช้ามาเขาก็อารมณ์ไม่ดีแล้ว
เมิ่งอู๋ทำเป็นไม่เห็น เตรียมตัวเหมือนปีก่อน หยิบสัมภาระแล้วออกไป
ลานบ้านกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
หวังเจิ้นปิดหนังสือ แล้วโยนมันไปด้านข้างอย่างแรง
กลับก็กลับ บ้านนั่นมีอะไรน่าไปนักหนา?
เขาอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว พอถึงวันส่งท้ายปีเก่าที่ถูกเรียกกลับไปฉลองปีใหม่ที่บ้านตระกูลหวัง ก็ยังหน้าบึ้ง นั่งลงตรงนั้นโดยไม่พูดอะไรสักคำ
คนในบ้านมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าเขาโกรธอะไรขึ้นมาอีก
“เมิ่งน้อยล่ะ กลับบ้านไปฉลองปีใหม่อีกแล้วเหรอ?” เฉิ่งหยาเหมย์เหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง จึงถามด้วยรอยยิ้ม
หวังเจิ้นส่งเสียงอืมรับคำ
เฉิ่งหยาเหมย์ยิ้ม “เด็กคนนั้นมีอนาคตไกล กลับไปคราวนี้ต้องมีคนมาทาบทามแน่ ไม่รู้ว่าจะได้แต่งเข้าบ้านแบบไหน”
หวงซิ่วหยุนไม่ได้สังเกตสีหน้าของเขา รีบพูดเสริมอย่างเสียดายว่า “ถ้าเธออยากหาคู่จริง ๆ ทางฉันก็มีหนุ่มดี ๆ อยู่หลายคน ไว้ฉันจะลองคุยกับเธอดู”
สีหน้าของหวังเจิ้นยิ่งมืดครึ้มลง
“ฉันว่าไม่น่าหรอก เธอเห็นโลกมามาก คงไม่สนใจคนในหมู่บ้านแล้วล่ะ” หลี่ลี่จวนพูดขึ้นบ้าง
พี่น้องตระกูลหวังหลายคนที่มีโอกาสกลับมาช่วงปีใหม่เท่านั้นพอได้ยินเรื่องนี้ ต่างก็สงสัยในตัวเมิ่งอู๋ขึ้นมา จึงถามกันสองสามคำ
