กู้ฉางไหว่ไม่เห็นว่าเรื่องนี้มีปัญหาอะไร หากสลับตำแหน่งกัน คงไม่มีใครยินดีให้คนอื่นได้เห็นภรรยาที่งดงามของตนเช่นนี้
แต่ภรรยาของเขายังเยาว์วัยและเอาแต่ใจ อารมณ์ไม่ดีแต่กลับชอบออดอ้อน ดังนั้นเขาจึงต้องตามใจเธอให้มากหน่อยก็เท่านั้น
หลังลองชุดแต่งงานแล้ว ทั้งคู่ก็คุยกับนักออกแบบถึงเรื่องที่ต้องจัดการต่อจากนี้ ระหว่างนั้นกู้ฉางไหว่ก็หาเวลาว่างไปลองชุดสูทของตัวเอง
เมื่อเทียบกับชุดแต่งงานของเมิ่งอู๋ที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษแล้ว เรื่องของเขาจัดการง่ายกว่ามาก แค่ยืนยันว่าใส่พอดีก็ไม่มีปัญหา องค์ประกอบต่าง ๆ ล้วนเน้นให้เข้ากับเมิ่งอู๋ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือวัสดุของกระดุมข้อมือ
ในที่สุดทุกอย่างก็ลงตัว
ชุดแต่งงานนับเป็นเรื่องที่เมิ่งอู๋ต้องใส่ใจมากที่สุดแล้ว
กู้ฉางไหว่เป็นคนจัดการทุกอย่างอย่างรอบคอบ เตรียมการไว้เรียบร้อยทุกเรื่อง เมิ่งอู๋แค่บอกว่าชอบหรือไม่ชอบ แล้วเสนอความคิดเห็นก็พอ
ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องงานแต่ง นอกจากเรื่องเชิญแขกแล้ว เขาแทบไม่ให้ตระกูลเมิ่งกับบ้านตระกูลเชิ่งเข้ามายุ่ง
ไม่รู้ว่าทางบ้านตระกูลเชิ่งเป็นอย่างไร แต่ทางตระกูลเมิ่ง พ่อแม่ของเมิ่งอู๋กลับพอใจเป็นอย่างมาก
ต้องใส่ใจถึงเพียงนี้ จึงจะเห็นได้ว่าจริงใจ
ครอบครัวอย่างพวกเขา เวลาจัดงานแต่งสร้างครอบครัว ส่วนใหญ่ก็จ้างคนมาจัดการ ตัวเองแค่ตัดสินใจเป็นหลักก็พอ อย่างเมิ่งอู๋นั่นแหละ
กู้ฉางไหว่ไม่ค่อยถามไถ่เรื่องต่าง ๆ แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งเห็นได้ว่าเขามีใจให้เมิ่งอู๋มากเพียงใด
แต่ว่า——
“ฉางไหว่กับแม่ของเขาช่วงนี้มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า ทำไมแม่รู้สึกว่ากู้รั่นช่วงนี้ดูแปลก ๆ?” แม่ของเมิ่งอู๋ถาม