“อะไรนะ?”
“ใคร?”
สองสามีภรรยาต่างงุนงงอยู่บ้าง
“อาอู๋ตั้งครรภ์แล้ว เป็นลูกของผม”
เพียงประโยคสั้น ๆ ทั้งสองก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง ทว่ากลับตกอยู่ในความสับสนที่หนักกว่าเดิม รู้สึกราวกับกำลังฝันไป
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ซักถามหลายเรื่อง กู้ฉางไหว่ตอบทีละข้อ พร้อมรับผิดชอบทุกอย่างไว้กับตัวเอง บอกเพียงว่าเขาเมาจนทำเรื่องผิดพลาดลงไป และอื่น ๆ อีกมากมาย
สองสามีภรรยาจึงพอเข้าใจต้นสายปลายเหตุได้คร่าว ๆ ในที่สุด
“แกนี่มันตัวดีจริง ๆ” คุณนายกู้พูด
“แล้วจะให้น้องชายแกทำอย่างไร?” นางอดปวดหัวไม่ได้
เชิ่งฉางเจ๋อทำตัวงุนงง แต่ใครในบ้านจะดูความรู้สึกของเขาไม่ออก เห็นชัด ๆ ว่ายังตัดใจจากเมิ่งอู๋ไม่ได้ แต่กลับดื้อรั้นอยู่ตรงนั้น
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็แล้วไปเถอะ
แต่ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแล้ว ต่อไปต้องพบหน้ากันทุกวัน เชิ่งฉางเจ๋อจะทำอย่างไร?
คิดมาถึงตรงนี้ คุณนายกู้ก็พลอยโกรธเมิ่งอู๋ไปด้วย
จะเลือกใครไม่ได้หรือ ต้องเป็นกู้ฉางไหว่เท่านั้นหรืออย่างไร? นางถึงกับคิดว่าเมิ่งอู๋จงใจแก้แค้นเชิ่งฉางเจ๋อหรือเปล่า
“กู้รั่น!” ประธานเชิ่งตวาดเสียงต่ำ
นับตามเวลา ตอนนั้นเชิ่งฉางเจ๋อคบกับซูฉิ่งแล้ว กู้ฉางไหว่กับเมิ่งอู๋จะอยู่ด้วยกัน ใครก็พูดอะไรไม่ได้
อีกอย่าง ลูกชายคนโตก็บอกแล้วว่าตอนนั้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดเพราะเมาสุรา
ในสถานการณ์เช่นนี้ คุณนายกู้จะพูดถึงเชิ่งฉางเจ๋อขึ้นมาทำไม
“เขาเองที่ไม่รู้จักเห็นคุณค่า เรื่องนี้อย่าพูดถึงอีก! ฉางไหว่กับอาอู๋ก็เป็นวาสนาต่อกัน” ประธานเชิ่งไม่ค่อยได้ใส่ใจลูกชายทั้งสอง คนโตเป็นเด็กมีเหตุผล ส่วนคนรองแม้จะทำให้ปวดหัวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนชอบก่อเรื่อง ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าตนลำเอียง
เขาคิดว่าตนปฏิบัติต่อลูกชายทั้งสองอย่างเท่าเทียมกัน
