เมิ่งอู๋ยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม
คบกันมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมยังหวานกันขนาดนี้นะ จางหลิงมองอยู่ข้าง ๆ จนอยากส่ายหน้า แต่สุดท้ายก็อดยิ้มไม่ได้ ส่วนเพื่อนเจ้าสาวอีกหลายคนที่อยู่ข้าง ๆ ต่างก็ยิ้มแย้มกันทั่วหน้า
ความรักที่งดงามมักทำให้ผู้คนเฝ้าฝันถึง
หานเจินอดใจไม่ไหว เดินเข้าไปคุยกับเมิ่งอู๋ จนกระทั่งใกล้เริ่มพิธีแต่งงานและต้องไปตามหาเจ้าบ่าว เขาถึงได้ยอมจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์
“อาอู๋ แล้วเจอกันนะ”
พอเดินมาถึงประตู เขาก็ยังอดใจไม่ไหว หันกลับมาแล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน
เมิ่งอู๋ยิ้มตอบ “จ้ะ”
“พวกเธอนี่หวานกันชะมัด” จางหลิงอดพูดออกมาไม่ได้ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
เมิ่งอู๋ไม่รู้สึกเขินอาย แค่ยิ้มเท่านั้น
“เขาดีนี่นา” เธอพูด
ช่างแต่งหน้าที่อยู่ข้าง ๆ รีบพูดขึ้นว่า “คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงช่างเหมาะสมกันจริง ๆ ความสัมพันธ์ก็ดีมากด้วย ฉันเพิ่งเคยเห็นคู่รักที่รักกันดีขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลยค่ะ”
“อีกเดี๋ยวก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว” เมิ่งอู๋พูด
“ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ” ช่างแต่งหน้ารีบกล่าวคล้อยตาม
เพื่อนเจ้าสาวหลายคนต่างยิ้มพลางเล่าเรื่องเมิ่งอู๋กับหานเจินสมัยเรียนมหาวิทยาลัย บ้างก็เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก บ้างก็เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ล้วนเคยเห็นทั้งสองคนหวานชื่นกันตอนคบหา
หานเจินส่งอาหารเช้าให้เธอทุกวัน พอถึงวันหยุดก็พาเธอออกไปเที่ยวออกเดต
พอมีวันหยุดก็ส่งดอกไม้กับของขวัญให้ แถมยังจำวันครบรอบต่าง ๆ ได้อีกด้วย
“หานเจินจำได้แม่นกว่าเมิ่งอู๋เสียอีก มีอยู่หลายครั้งที่เขาส่งของขวัญให้ แต่เมิ่งอู๋ยังงง ๆ อยู่เลย”
“นั่นสิ หานเจินใส่ใจกับเรื่องพวกนี้มาก ทุกครั้งก็เตรียมการอย่างพิถีพิถัน กลัวว่าเมิ่งอู๋จะถูกคนอื่นแย่งไปเสียก่อน”
“ในสายตาเมิ่งอู๋มีแต่เขาคนเดียว จะไปมองคนอื่นที่ไหนกันล่ะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ อาอู๋ของพวกเราสวยขนาดนี้ คนตามจีบย่อมเยอะเป็นธรรมดา”
พวกเธอพูดคุยกันพลางหัวเราะ