หลายปีมานี้ เมิ่งอู๋กับจางซานก็พอจะคุ้นเคยกันอยู่ ปกติก็ติดต่อไปมาหาสู่กันบ้าง
แต่ความสัมพันธ์นี้มีอยู่แค่เรื่องภารกิจเท่านั้น ปกติแทบไม่ค่อยได้พบกัน วันนี้จู่ ๆ เรียกนางมา จึงดูค่อนข้างกะทันหัน
จางซานมองเมิ่งอู๋ แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้พบ หลายปีมานี้ก็พบปะกันมาหลายครั้ง แต่พอได้เห็นนางชัด ๆ ก็ยังอดละสายตาไม่ได้
วันนี้เมิ่งอู๋แต่งตัวเรียบง่ายอย่างยิ่ง ทว่ากลับมีเสน่ห์บางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
สบาย ๆ เกียจคร้าน แต่แข็งแกร่งและเปี่ยมความมั่นใจ
บรรยากาศเช่นนี้มีเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นพิเศษ สำหรับคนอย่างพวกเขาที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้ดิน
เนี่ยจวิ้นเจ้าหนูนี่ช่างมีวาสนาดีจริง ๆ
มิน่าเล่าถึงคอยเฝ้าเมิ่งอู๋ต้อย ๆ ราวกับหมาดุเฝ้ากระดูก ไม่ยอมให้ใครมองนางนานแม้แต่นิดเดียว
“ข้าอยากให้เจ้าช่วยเกลี้ยกล่อมเนี่ยจวิ้น” จางซานพูดตรงเข้าประเด็น
“หืม?” เมิ่งอู๋ได้ยินดังนั้น ปลายเท้าที่แกว่งไปมาก็หยุดชะงัก นางหันไปมองเขาพลางกล่าวว่า “เล่ามาให้ละเอียด”
สีหน้าของจางซานดูซับซ้อนเล็กน้อย
เนี่ยจวิ้นเป็นคนที่เขาชักนำเข้าสมาคมผู้บันทึก ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขาว่าหลายปีมานี้เนี่ยจวิ้นทำอะไรไปบ้าง
หลายปีมานี้ ระหว่างที่ทำงานให้สมาคมผู้บันทึก เนี่ยจวิ้นไม่เคยเลิกสืบเรื่องในครั้งนั้น และไม่เคยหยุดลงมือด้วย
คนที่มีส่วนร่วมในเรื่องนั้น หากมีระดับต่ำกว่า S ตลอดหลายปีมานี้ก็ถูกเขาจัดการตายไปทีละคน
ทุกครั้งที่เขาออกไป ไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จเท่านั้น แต่ยังเพื่อแก้แค้นด้วย
การแก้แค้นของเขาไม่เคยหยุดลง
ตอนนี้คนที่เกี่ยวข้องตายไปเกินครึ่งแล้ว ที่เหลือมีเพียงไม่กี่คน ส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นผู้นำตระกูลเนี่ยคนปัจจุบัน หรือคนสนิทที่ทรยศบิดาแท้ ๆ ของเนี่ยจวิ้น ล้วนเป็นผู้มีพลังระดับ S แต่ก่อนเขาไม่ลงมือเพราะทำไม่ได้ ทว่าตอนนี้เขาคิดว่าตนทำได้แล้ว
แต่คนพวกนี้ไหนเลยจะลงมือจัดการได้ง่าย ๆ
ไม่ใช่คนของตระกูลเนี่ย ก็เป็นคนที่ตระกูลเนี่ยคอยคุ้มครองอยู่ และอื่น ๆ อีกมากมาย
