ภายในห้องนอน กู้ฉางไหว่ลดเสียงพูดลง แล้วหันไปมองเมิ่งอู๋ เมื่อแน่ใจว่านางหลับสนิทดีจึงค่อยวางใจ
เมิ่งอู๋เป็นคนหลับไม่สนิทมาแต่ไหนแต่ไร แม้เมื่อครู่ทันทีที่สัมผัสได้ว่าโทรศัพท์กำลังจะดัง เขาก็ร่ายคาถาเก็บเสียงรอบตัวนางแล้ว แต่ไม่แน่ว่าอาจยังทำให้นางตื่น
ดูท่าคงเหนื่อยจากการขึ้นเวทีแสดง
บอกแล้วว่าให้อยู่บ้านพักผ่อนให้เต็มที่ นางก็ยังดื้อจะฝืนทำ
แม้ตอนนี้จะมีพลังบำเพ็ญเพียรแล้ว ร่างกายไม่อ่อนล้าได้ง่าย ๆ แต่เรี่ยวแรงก็ยังมีจำกัด
เชิ่งฉางเจ๋อชะงักค้าง
“พะ...พี่ใหญ่...” เขาเอ่ยขึ้น รู้สึกผิดและหวาดกลัว
กู้ฉางไหว่ถือโทรศัพท์เดินไปที่ระเบียง ก่อนพูดเสียงต่ำว่า “วันนี้อาอู๋ขึ้นเวทีแสดง เหนื่อยก็เลยเข้านอนแต่หัวค่ำ นายมีธุระอะไรกับนาง?”
เชิ่งฉางเจ๋อได้ยินชัดเจนว่าน้ำเสียงของกู้ฉางไหว่อ่อนโยนลงตอนเอ่ยถึงเมิ่งอู๋ แต่ก็เป็นเพียงชั่วขณะ พอหันมาถามเขา น้ำเสียงก็กลับมาเย็นชาเช่นเดิม
จริงด้วย อาอู๋ของพี่ใหญ่ช่างแตกต่างจากคนอื่น
พี่ใหญ่ชอบอาอู๋จริง ๆ
เชิ่งฉางเจ๋อคิด
“ไม่มีอะไร...” เขาตอบ คำพูดทั้งหลายที่อัดแน่นอยู่ในอกถูกกดกลับลงไปในใจ ไม่อาจเอ่ยออกมาได้แม้แต่คำเดียว
เชิ่งฉางเจ๋อจะพูดได้อย่างไรว่าเขาเสียใจแล้ว อยากมาขอโทษเมิ่งอู๋ อยากให้นางเปลี่ยนใจกลับมาอยู่กับเขาอีกครั้ง
ความคิดสารพัดที่ผุดขึ้นมาเพราะความตื่นเต้นชั่ววูบของเชิ่งฉางเจ๋อ เมื่อถึงตอนนี้พอได้ยินเสียงกู้ฉางไหว่ ก็เหมือนกองไฟที่ถูกฝนห่าใหญ่สาดใส่จนดับสนิท
นี่คือพี่ใหญ่ของเขา พี่ชายแท้ ๆ อีกทั้งกำหนดวันแต่งงานกับเมิ่งอู๋ไว้แล้วด้วย