“ว้าว” เมิ่งอู๋ถูกพลังแห่งความมั่งคั่งที่เข้มข้นสาดใส่จนตาพร่า อดไม่ได้ที่จะโอบกอดเขาแล้วหอมแรง ๆ สองที “รักคุณจะตายอยู่แล้ว”
“นี่คือความสุขของการคบหากับเศรษฐีสินะ” นางทอดถอนใจ
“ช่างเย้ายวนใจจนแทบคลั่งจริง ๆ” นางทอดถอนใจต่อ
แววขบขันวาบผ่านดวงตาของเซี่ยจี้
อย่ามองว่าเมิ่งอู๋พูดเกินจริงเช่นนั้น ที่จริงนางไม่ได้ปรารถนาเงินทองสักเท่าไร งานอดิเรกที่ชอบที่สุดในแต่ละวันก็คือถ่ายละคร ไม่ได้สนใจเครื่องประดับแบรนด์หรูเป็นพิเศษ อยู่ข้างกายเขามานานขนาดนี้ ได้เห็นของดีมากมาย แต่ก็แค่ดูเท่านั้น
ใช่ แค่ดูเท่านั้น
ความปรารถนา ความละโมบ หรือความต้องการครอบครอง ไม่เคยปรากฏในดวงตาของนางเลย
“คุณชอบอะไร” จู่ ๆ เซี่ยจี้ก็ถามขึ้น
เขามองเมิ่งอู๋ ชั่วขณะหนึ่งก็เกิดความสงสัยว่าอะไรจะดึงดูดนางได้กันแน่ ทำให้นางเกิดความละโมบปรารถนาเหมือนคนอื่น ๆ
บางครั้งเซี่ยจี้ก็รู้สึกว่าเมิ่งอู๋เข้าใจง่ายมาก
บางครั้งกลับรู้สึกว่าอ่านนางไม่ออกเลย
ทั้งที่นางดูเรียบง่ายชัดเจน
แต่กลับมองไม่เห็นความปรารถนาอย่างที่คนทั่วไปมีกันในตัวนางเลย
ช่างน่าพิศวงจริง ๆ
“ชอบอะไรหรือ” จู่ ๆ ก็ถูกถาม เมิ่งอู๋จึงรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง
“เครื่องประดับ เสื้อผ้าสั่งตัด บ้าน รถ เงิน คุณชอบอะไร” เซี่ยจี้ถาม
แล้วอยากได้อะไรอีกล่ะ?
“หา? ก็ชอบหมดเลยสิ” เมิ่งอู๋ตอบพลางยิ้มหวาน “ของพวกนี้จะมีใครไม่ชอบกันล่ะ”
เซี่ยจี้จ้องมองนาง นางพูดว่าชอบอย่างจริงใจ แต่ความชอบนี้ตื้นเขินเกินไป ยังไม่ถึงขั้นปรารถนาจะครอบครอง
มีก็ดี แต่ไม่มีไม่เป็นไร
เป็นเพราะไม่เคยได้ครอบครองหรือเปล่า?
ถ้าได้ครอบครองแล้ว นางจะเปลี่ยนไปไหม?
เซี่ยจี้หวังว่านางจะเปลี่ยน
แต่ก็ไม่อยากให้นางเปลี่ยน
เป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนมากจริง ๆ
พอถามจบก็เงียบไป เมิ่งอู๋ยื่นหน้าเข้าใกล้ ถามด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น “คุณกำลังคิดอะไรอยู่?”
เซี่ยจี้เลื่อนมือขึ้นไปประคองท้ายทอยของนาง แล้วก้มลงจูบ
เขาชอบกิจกรรมนี้มาก
เมิ่งอู๋ก็ชอบเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนที่เซี่ยจี้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน—
